ภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับความผันผวน ทั้งจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พระเอกหนุ่ม มิกค์ ทองระย้า ในงานฉลองครบรอบ 1 ปีของการบริหารร้าน “บ้ายอ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ” ซึ่งเจ้าตัวได้สะท้อนมุมมองการบริหารงานท่ามกลางวิกฤติ ในการเป็นนักธุรกิจเต็มตัวตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาว่า “ครบหนึ่งปีแล้วที่เปิดร้าน รู้สึกตื่นเต้นเป็นอะไรที่ไวมาก เพราะว่าเรายังรู้สึกเหมือนเราเพิ่งเปิดร้านและเพิ่งทำอยู่เลย ตอนนี้หนึ่งปีแล้วก็รู้สึกว่าหายเหนื่อย ผลตอบรับดีกว่าที่คิดเอาไว้ ถือว่าเป็นอีกด้านหนึ่งนอกจากการถ่ายละครการเป็นนักแสดงของเราแล้ว เราก็ยังได้เป็นเจ้าของธุรกิจอีกด้วย วันแรกจำได้ว่าเหนื่อยมากๆ เพราะเราต้องทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องของวัตถุดิบ โลเคชั่นร้าน หรือการทำร้าน พอร้านเริ่มอยู่ตัวแล้วสามารถควบคุมได้แล้วก็หายเหนื่อยครับ”
“ก็ต้องขอบคุณลูกค้า ทั้งลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ ที่เข้ามาเพราะลูกค้าคือคนที่ทำให้เราพัฒนาไปเรื่อยๆเวลาที่เขามาทานเขาก็จะค่อยติชมว่าวันนี้อร่อยมากๆ หรือว่าบางวันเป็นช่วงที่มะนาวเปลี่ยนฤดูมันอาจจะเปรี้ยวหรือหวานไปเราก็เลยจะต้องมาปรับปรุงของเรา ก็ต้องขอบคุณลูกค้าที่คอยคอมเพลนและชมทำให้การพัฒนาสำหรับเรามันพัฒนาไปเรื่อยๆให้ตรงกับจุดที่ลูกค้าต้องการ”

“ครบหนึ่งปีแล้วหลังจากนี้ ก็ตั้งใจไว้ว่าอยากจะพัฒนาร้านบ้ายอก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ยังไม่ชัวร์ว่าจะเปิดสาขาต่อไปไหม ความอยากมันมีเยอะมาก แต่มันต้องควบคู่ไปกับหลายอย่าง ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นเหตุการณ์ต่างๆ ณ ตอนนี้ตอนแรกผมตั้งใจไว้ว่าจะเปิดร้านที่เขาใหญ่แน่นอน แต่พอว่าตอนนี้มันมีเหตุการณ์อะไรต่างๆเข้ามามันทำให้เศรษฐกิจมันก็ซบเซาลงผมก็เลยต้องถอยออกมาก้าวหนึ่ง แล้วมองก่อนว่ามันคุ้มไหม ถ้าเราเปิดในอนาคตแล้วอยู่ดีๆมันมีปัญหาสงครามมันเกิดใหญ่ขึ้น ส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทยขึ้นมา เราจะเป็นยังไงบ้างก็ต้องค่อยๆคิดค่อยๆดูควบคู่ไปกับสถานการณ์ต่างๆด้วยครับ”

“จริงๆแล้วแพลนที่เขาใหญ่ ตั้งใจจะเปิด ผมได้เคลียร์พื้นที่ถมดิน ปรับพื้นที่รอเรียบร้อยแล้วเหลือแค่ตกลงทำ เราก็สามารถสร้างได้เลย แต่ตอนนี้เราต้องค่อยๆชะลอดูสถานการณ์ไว้ก่อน เพราะว่าอย่างที่บอกตอนนี้มีเรื่องของเศรษฐกิจด้วยและเหตุการณ์ที่ต่างๆที่มันเกิดขึ้น จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ถ้ากับร้านบ้ายอสาขานี้ยังไม่ค่อยกระทบเท่าไหร่ แต่เราก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรบ้าง อีกอย่างที่เขาใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยถ้าสมมุติน้ำมันแพงขึ้นเรื่อยๆและถ้าเราทำร้านเสร็จคนกรุงเทพก็ไม่อยากจะขับรถออกต่างจังหวัดเพราะเราต้องเซฟน้ำมัน ผมว่ามันก็มีปัจจัยหลายอย่างเราต้องค่อยค่อยดูไปเรื่อยๆ ”
“ที่นี่ก็จะมีในส่วนผลกระทบของค่าวัตถุดิบต่างๆที่มันค่อยๆทยอยขึ้นเรื่อยๆอย่างผมเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำหลักๆเลยคือเรื่องของมะนาวมันสำคัญมาก ก่อนหน้านี้มะนาวกระสอบละ700 ตอนนี้ 1,700 แล้ว ขึ้นราคามาเกินครึ่งมันก็มีผลกระทบหลายอย่างแต่เราก็ต้องค่อยๆดูค่อยๆแก้ปัญหากันไป ช่วงไหนที่อะไรๆมันแพงเราก็ต้องเซฟ แต่อย่างหนึ่งที่เราไม่ได้คือลดคุณภาพครับเพราะตอนนี้ลูกค้าเขืจำได้แล้วว่าอาหารของเรารสชาติเป็นยังไงเขาเคยมาทานแล้วเขาชอบตรงไหน สมมุติถ้าเราเปลี่ยนปุ๊บเขาจะรู้ทันที เหมือนเราเวลาที่เราไปทานร้านอาหารต่างๆแล้วเราชอบ เรากลับไปทานอีกครั้งนึงแล้วมันไม่เหมือนเดิม ใจเรามันก็ไม่ได้แล้ว ก็เลยตั้งใจว่าเราจะไม่ลดคุณภาพวัตถุดิบเด็ดขาดยังคงคุณภาพของวัตถุดิบต่อไป”

“ในส่วนของราคาอาหารตอนนี้ก็ยังไม่ปรับราคาครับ ยังราคาเท่าเดิมให้ลูกค้าก่อนครับ ถ้าในอนาคตราคาของขึ้นมาเรื่อยๆ ก็ไม่แน่เหมือนกันครับ แต่ก็ต้องคอยดูฟีดแบคจากลูกค้าด้วยครับ ตอนนี้เราก็พยายามถามลูกค้าประจำว่ารสชาติยังไงบ้าง แต่หลายๆคนเขาก็ยังบอกว่าราคาของเราคุ้มกับปริมาณและคุณภาพที่เขาได้รับ ส่วนเรื่องของการบริการแล้วก็พนักงานเราก็ยังไม่มีการลดค่าตัว ไม่มีการลดคนยังคงปกติอยู่ครับ ”
“สำหรับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการแก้ปัญหาจริงๆ เราก็เข้าใจเหตุการณ์และหลายๆที่มันเกิดขึ้น ณ ตอนนี้ แต่ขอฝากเป็นกำลังใจให้กับคนที่ทำธุรกิจเหมือนกันหลายคนที่กำลังโดนผลกระทบอยู่ตอนนี้ จากที่ผมคุยกับหลายๆคือคนหนักกว่าผมอีกครับ บางที่ก็คนน้อยลง แต่ของเราก็ยังถือว่าโอเคลูกค้ายังมีเข้ามาเรื่อยๆก็ฝากเป็นกำลังใจให้กับหลายๆคนที่กำลังโดนผลกระทบ อยากให้ค่อยๆคิดค่อยๆปรับค่อยๆจูนให้ร้านและให้เราไปกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจควบคู่กันไปให้ได้ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ”

ขอบคุณภาพจาก:mik_thongraya



