เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ เวลา 07.00 น. ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.สมุทรสงคราม จ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จ.เลย จ.อุดรธานี จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.ขอนแก่น จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด จ.อำนาจเจริญ จ.ชัยภูมิ จ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์

ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 29.4-193.8 มคก./ลบ.ม. ระดับสีแดงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ 19 พื้นที่ สูงสุดที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 193.8 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 34.3-87.0 มคก./ลบ.ม. ระดับสีแดง 1 พื้นที่ สูงสุดที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม 87.0 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 1 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 20.2-39.1 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 18.8-31.5 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 14.1-18.7 มคก./ลบ.ม. กทม.และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 18.2-34.7 มคก./ลบ.ม.
คำแนะนำทางสุขภาพ ประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ สำหรับประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK

ผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 30 มี.ค.-5 เม.ย. พื้นที่กทม.และปริมณฑล มีแนวโน้มลดลงวันที่ 30 มี.ค.-5 เม.ย. และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ พื้นที่ภาคกลางและตะวันตก มีแนวโน้มลดลงวันที่ 30 มี.ค.-5 เม.ย. และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 30 มี.ค.-5 เม.ย. และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 30 มี.ค.-5 เม.ย. และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออก มีแนวโน้มลดลงวันที่ 30 มี.ค.-5 เม.ย. และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคใต้ ดีอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่เมื่อคืนวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ศกพ. ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองสูงต่อเนื่อง โดยระบุว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองในวันนี้ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนบนยังคงอยู่ในระดับวิกฤติ หลายพื้นที่เป็น (สีแดง) โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ อ.ลี้ จ.ลำพูน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งค่าฝุ่นละอองยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง และสำหรับพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น หลายพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับที่เกินค่ามาตรฐาน (สีส้ม) โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ประชิดชายแดน
จากข้อมูลจุดความร้อนของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) วันที่ 28 มี.ค. พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนจุดความร้อน 2,302 จุด ซึ่งพบในพื้นที่ป่า 1,849 จุด และจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา 8,804 จุด สปป.ลาว 4,189 จุด กัมพูชา 566 จุดและเวียดนาม 522 จุด ประกอบกับแนวลมบริเวณภาคเหนือตอนบนเป็นลมตะวันตก/ตะวันตกเฉียงใต้ พัดเข้าสู่ประเทศ ในขณะที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมใต้พัดขึ้นเหนือ ทำให้จังหวัดที่อยู่ประชิดชายแดนได้รับผลกระทบข้ามพื้นที่ รวมทั้ง ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ประเทศไทยพบฝนตกสะสมน้อยมาก และในช่วง 5-7 วันข้างหน้า มีแนวโน้มที่ฝนจะทิ้งช่วงในบริเวณภาคเหนือตอนบน หากการเผาทั้งในและนอกประเทศยังมีจำนวนมาก สถานการณ์อาจมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับวิกฤติอย่างต่อเนื่อง
ศกพ.จึงขอแจ้งเตือนสถานการณ์เพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันไฟป่า รวมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดการเผาในทุกพื้นที่ และสำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง หากเริ่มมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์โดยทันที ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Air4Thai เฟซบุ๊ก “ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ” และทุกช่องทางการสื่อสารของกรมควบคุมมลพิษ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



