สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ว่างานวิจัยดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสารแลนเซต ระบุว่า เด็กคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือปรสิตหลายชนิด ขณะที่ตัวเลขส่วนใหญ่มาจากทวีปแอฟริกา

การวิจัยใหม่ของสถาบันเพื่อการวัดและประเมินสุขภาพ (ไอเอชเอ็มอี) ในสหรัฐอเมริกา พบว่า มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 259,000 คนในปี 2566 โดยเฉพาะในถิ่นที่มีการระบาดของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบสูงสุดในแอฟริกา ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “African Meningitis Belt” ที่ครอบคลุมตั้งแต่เซเนกัลถึงเอธิโอเปีย โดยไนจีเรีย ชาด และไนเจอร์ ได้รับผลกระทบอย่างหนักเป็นพิเศษ

การศึกษาพบว่า น้ำหนักแรกเกิดต่ำ การคลอดก่อนกำหนด และมลพิษทางอากาศ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด พร้อมเสริมว่า องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) อาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายปี 2573 ในการลดจำนวนผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 50% และลดจำนวนผู้เสียชีวิตลง 70% จากระดับปี 2558

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยรายปี ลดลงเพียงครึ่งหนึ่งของตัวเลขที่จำเป็น สำหรับการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

การศึกษาแนะนำว่า การขยายการฉีดวัคซีน การปรับปรุงการเข้าถึงการดูแลรักษา และการเสริมสร้างการวินิจฉัยและการเฝ้าระวัง ล้วนเป็นปัจจัยที่จำเป็น

แต่ในขณะเดียวกัน การเสียชีวิตจากโรคจำนวนมากไม่ได้รับการรายงาน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งหมายความว่า ตัวเลขบางส่วนอาจต่ำกว่าความเป็นจริง

อนึ่ง การศึกษานี้อ้างอิงจากตัวเลขจากการศึกษาภาระโรคทั่วโลก (Global Burden of Disease) ของไอเอชเอ็มอี ซึ่งรวบรวมนักวิจัยหลายพันคนทั่วโลก และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์.