“อาจารย์กิ๊ฟ” ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร และอาจารย์ประจำสาขานิติศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยกับ ทีมข่าวกีฬาเดลินิวส์ เกี่ยวกับ ประเด็นร้อนในวงการกีฬาขณะนี้ เรื่องมีการเรียกร้องให้นำ “สนุกเกอร์” ออกจาก พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ว่า ในทางกฎหมายแล้วสามารถทำได้ เช่นเดียวกับการแก้กฎหมายหลายฉบับที่เคยทำมาแล้วก่อนหน้านี้
ผศ.ดร.ประภาภรณ์ เผยว่า ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับผู้คนในแวดวงกฎหมายหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา หรืออาจารย์ทางด้านกฎหมาย ซึ่งรวมถึง “อาจารย์มิก” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายภาษีอากร ซีอีโอ และผู้ก่อตั้ง iTAX ซึ่งทุกท่านคิดเห็นว่า จากกระแสที่เป็นอยู่ในบ้านเราตอนนี้ และด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนสามารถเดินเรื่องแก้ไขกฎหมายได้ด้วยตัวเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย และนักกีฬาชื่อดังอย่าง “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู ที่เพิ่งคว้าแชมป์รายการระดับโลก หรือ “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” วัฒนา ภู่โอบอ้อม นักสอยคิวระดับตำนานของบ้านเรา ร่วมกับภาคเครือข่ายประชาชนอย่างมหาวิทยาลัย, สื่อมวลชน, ภาคธุรกิจ รวมถึงด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาช่วยกันผลักดัน เชื่อว่าเราจะนำ สนุกเกอร์ ออกจาก พ.ร.บ.การพนันฉบับนี้ ที่ใช้มาเกือบ 100 ปีแล้วได้

“อ.กิ๊ฟ” เผยว่า “ถ้าเป็นกระแสแบบนี้ คิดว่าทำได้ และด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปิดให้กับประชาชนสามารถทำได้ด้วยตนเอง ขั้นแรกจะต้องมีผู้ริเริ่มราว 20-30 คน ซึ่งถ้าหากประสานกับสมาคมฯ และนักกีฬาตัวชูโรงอย่าง เอฟ นครนายก หรือ ต๋อง ศิษยฉ่อย ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มที่ได้เสียตรงนี้โดยตรง และอาจจะรวมตัวแทนจากมหาวิทยาลัย, สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ ก็น่าจะทำให้ประเด็นนี้ถูกจุดติดขึ้นมาในสังคม”
“หลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องขั้นตอนที่จะไปดำเนินการต่อเกี่ยวกับหลักการการร่างฉบับแก้ไขต่างๆ แล้วไปเข้าชื่อให้ครบ 10,000 ชื่อ เพื่อขอแก้ไข ซึ่งตรงนี้ สามารถเข้าชื่อแบบออนไลน์ได้แล้ว โดยทาง มศว ยินดีที่จะร่วมมือด้วย ถ้าหาก “เดลินิวส์” สามารถประสานหารือกับผู้เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อให้ทุกคนรับทราบกระบวนการขั้นตอนร่วมกัน แล้วดูว่าจะร่วมกันดำเนินการต่อไปอย่างไร ก็จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี และทำได้ทันที”
ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ยังเชื่อด้วยว่า ถ้าหาก สนุกเกอร์ ออกมาจาก พ.ร.บ.การพนันได้จริง จะส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนทัศนคติของพ่อแม่ผู้ปกครองเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ ซึ่งถ้าหากเป็นกีฬา พ่อแม่จะสามารถผลักดันให้ลูกๆ เล่นสนุกเกอร์ได้เต็มที่เพื่อลงแข่งขันด้านความเป็นเลิศ ซึ่งอาจทำให้ไทยมีนักกีฬาระดับโลกเพิ่มอีกหลายคน
นอกจากนั้น ด้านเศรษฐกิจเองก็จะสามารถผลักดัน GDP ของประเทศให้โตขึ้นได้แน่นอน และอาจนำรายได้เข้าประเทศ 6,000-20,000 ล้านบาทต่อปี เพราะเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีผู้เกี่ยวข้องเยอะ และสามารถต่อยอดด้านธุรกิจได้อีกมากมาย.




