ทีมชาติอิตาลี เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย ไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก สมัยที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากพ่าย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ในการดวลจุดโทษ 1-4 หลัง 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบเพลย์ออฟโซนยุโรป รอบชิงชนะเลิศ

เจนนาโร กัตตูโซ ผู้จัดการทีม “อัซซูรี” น้ำตาคลอเบ้า ยืนยันว่าอนาคตของตนไม่สำคัญ ในขณะที่ กาเบรียล กราวินา ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (FIGC) ต้องการให้ กัตตูโซ อยู่ต่อ กัตตูโซ เผยว่าสุดเจ็บปวดที่ไม่อาจทำภารกิจได้สำเร็จเพื่อชาวอิตาลีทั้งประเทศ ตนยอมเสียเวลาหลายปีในชีวิต ยอมเสียเงินทอง ถ้ามันทำให้ทีมบรรลุเป้าหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์สาเหตุที่ทีมแชมป์โลก 2006 เดินหน้าชนความล้มเหลวไม่หยุดหย่อน ชี้ว่า อิตาลี วางรากฐานของความสำเร็จของแชมป์โลกครั้งสุดท้าย ไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นนับสิบปี เมื่อทีมชาติอิตาลีชุดอายุไม่เกิน 21 ปีของ เซซาเร มัลดินี คว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัยติดต่อกันระหว่างปี 1992 ถึง 1996

ความแข็งแกร่งของขุมกำลังเชิงลึกในเวลานั้นได้รับการสนับสนุนจากกฎในเซเรีย อา ที่ห้ามสโมสรมีนักเตะที่ไม่ใช่ชาวยุโรปมากกว่า 3 คนในสนามพร้อมกัน แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในปี 1995 จากกคำตัดสินของบอสแมน ซึ่งเป็นคดีที่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของฟุตบอลในทวีปยุโรปอย่างมาก

นั่นทำให้นักเตะต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเล่นในเซเรีย อา ซึ่งทำให้ยากขึ้นสำหรับนักเตะอิตาลีรุ่นใหม่ที่จะได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของสโมสรชั้นนำในประเทศ

จูเลียน ลอเรนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลยุโรป กล่าวว่า อคาเดมีในอิตาลีผลิตนักเตะไม่เพียงพอ หรือไม่ดีพอจะลงเล่นในทีมชุดใหญ่ วิธีการใช้จ่ายเงินนั้นก็แตกต่างจากที่สโมสรในอิตาลีคุ้นเคย

นอกจากนี้ อิตาลียังมีสถานะการเงินที่ไม่แข็งแกร่งนัก โดยไม่มีสโมสรใหญ่ของอิตาลีทีมใดเลยติดท็อป 10 สโมสรที่สร้างรายได้สูงสุดของโลก ยิ่งต่างจากพรีเมียร์ลีกที่กินรายได้มหาศาลจากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดทางโทรทัศน์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันหลายทีมในอิตาลีล้มเหลวในการปรับปรุงสนามให้ทันสมัย ​​ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ภาคธุรกิจ ดังนั้นช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบางสโมสรจึงขาดทุนจำนวนมาก และส่งผลเสียต่อการลงทุนในอนาคต