เชื่อว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประเทศไทยก็จะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ชุดที่ 66 ภายใต้ผู้นำคนเดิม คือ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 เช่นเดียวกับบรรดา “ทีมเศรษฐกิจ” ของรัฐบาล ก็คงยังเป็นคนเดิมๆ ที่ยอมร่วมหัวจมท้ายมากับนายอนุทิน ทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ 

ที่สำคัญ การเข้ามาของรัฐบาลชุดใหม่ ต้องเผชิญสารพัดปัญหา สารพัดวิกฤติมากมาย!! โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาปากท้องและการกระตุ้นเศรษฐกิจ

แก้ปัญหาต้องรอบด้าน

อย่างไรก็ตามในมุมมองของภาคธุรกิจ การควบคุมและแทรกแซงราคาอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายหรือแนวทางแก้ปัญหาที่ส่งเสริมให้เกิดความยืดหยุ่นและความสมดุลของทุกภาคส่วนโดยพิจารณาถึงกลไกตลาดเป็นสำคัญ จะดำเนินการอย่างไรให้เกิดผลกระทบเชิงลบน้อยที่สุด และยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้ท่ามกลางความท้าทาย 

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม” กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย บอกว่า การแก้ไขวิกฤตพลังงานและปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายและสำคัญที่สุดของครม.ชุดใหม่ โดยแกร็บในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้คนนับล้านในประเทศไทยและเป็นตัวกลางในการบริหารอุปสงค์ (ผู้ใช้บริการ) และอุปทาน (ร้านค้าและคนขับ) แกร็บอยากให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงผลกระทบที่รอบด้าน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องและการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสำคัญ 

ไม่ว่าจะเป็น การเดินเครื่องผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อดึงรายได้เข้าประเทศ การใช้เงินอัดฉีดเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้นอย่างโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสต่อไป หรือแม้แต่การผ่อนปรนกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้ประชาชนคนไทยยังสามารถมีหนทางในการสร้างรายได้เพื่ออยู่รอดในภาวะสงครามและวิกฤตทั่วโลก 

เกาะติดสถานการณ์ตลอด

ทั้งนี้แกร็บได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจและคนในอีโคซิสเต็มอย่างต่อเนื่อง โดยได้เตรียมรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจมาโดยตลอด ในฝั่งของผู้ใช้บริการ แกร็บได้นำเสนอทางเลือกของบริการที่ประหยัดขึ้นสำหรับผู้ใช้บริการทั้งการเดินทางและเดลิเวอรี ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางด้วยรถยนต์  รถจักรยานยนต์ ซึ่งในปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นถึง 250% หรือการจัดส่งอาหารแบบประหยัด ซึ่งมีอัตราการใช้บริการเติบโตขึ้นถึง 77% 

ช่วยค่าน้ำมัน10ล้านบาท

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการระมัดระวังการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ฟากคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการทั้งการรับ-ส่งผู้โดยสารและการจัดส่งอาหาร-สินค้า ที่ผ่านมาแกร็บได้พิจารณาให้อินเซนทีฟพิเศษ เพื่อแบ่งเบาภาระโดยช่วยเหลือค่าน้ำมันในทุกเที่ยวของการให้บริการรวมมูลค่า 10 ล้านบาทที่เริ่มตั้งแต่ 18 มี.ค.-1 เม.ย.นี้ 

แกร็บยังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินผลกระทบและจะพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งขณะนี้ยังคงราคาค่าบริการต่างๆ ให้อยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด และพร้อมปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทและรักษาความสมดุลให้เกิดกับทุกภาคส่วนมากที่สุด.