เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ บช.น. นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางพร้อมนำเอกสารเข้ายื่นถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผ่านทาง พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.ฝอ.5 เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ นายไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ อดีตพระมหาไพรวัลย์
นายสนธิญา กล่าวว่า ที่มาวันนี้เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ “ทิดไพรวัลย์” หรือ นายไพรวัลย์ วรรณบุตร กรณีให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์ แล้วพาดพิงพระชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนศาสนาพุทธ ในลักษณะว่าร้าย ซึ่งมีการกล่าวว่าศาสนาเต่าล้านปี วันๆ มัวแต่นั่งประชุมกัน จะเลื่อนใครตั้งใคร ศาสนามัวแต่บ้ายศบ้าอำนาจ แข่งกันสร้างอะไรใหญ่โต

นายสนธิญา กล่าวต่อว่า ส่วนตัวแล้วมองว่าคำพูดดังกล่าวเป็นการกล่าวหา ที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ การที่ทิดไพรวัลย์ สึกออกจากการเป็นพระแล้ว ก็ควรหยุดพฤติกรรมกล่าวถึงศาสนาหรือว่าร้ายพระชั้นผู้ใหญ่ให้เสียหาย โดยไม่มีมูลข้อเท็จจริง เพราะคนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ทั้งนี้แม้ว่าจะมีคนที่เห็นด้วยกับทิดไพรวัลย์ แต่ความคิดเห็นดังกล่าวก็อาจสร้างความไม่พอใจให้คนไทยที่ไม่เห็นด้วยได้ รวมไปถึงพระชั้นผู้ใหญ่ เช่น พระสังฆราช ก็ถูกแต่งตั้งโดยพระเจ้าแผ่นดิน ดังนั้นการวิจารณ์อะไรควรอยู่ในขอบเขต
“ขอไม่ปฏิเสธว่ามีเรื่องมุมมืดในวงการพระพุทธศาสนา ซึ่งตนพร้อมจะยื่นเรื่องตรวจสอบพระที่ประพฤติตัวไม่ดีเช่นเดียวกัน และการที่ตนออกมาเคลื่อนไหว ก็ไม่กลัวว่าจะถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ เพราะที่ผ่านมาตนก็โดนทัวร์ลงมาแล้วหลายครั้ง แต่ที่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะเห็นว่าทิดไพรวัลย์ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องจึงต้องออกมาตักเตือน” นายสนธิญา กล่าว

นายสนธิญา กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตามขอฝากถึงทิดไพรวัลย์ว่า เมื่อสึกออกมาแล้ว ก็ควรใช้ชีวิตตามปกติ และหยุดแทะโลมสร้างความเสียหายให้ศาสนาพุทธ ซึ่งขอย้ำว่าหากทิดไพรวัลย์หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ตนก็จะไม่ว่าอะไร แต่ถ้ายังไม่หยุดก็ต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายเอาผิด
ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว ทางผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้ทาง บก.สส.บช.น. ทำการตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน ว่ามีความผิดตามที่มาร้องเรียนหรือไม่ ตลอดจนเตรียมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องกับเรื่องเทคโนโลยี แต่ในเบื้องต้นยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องเรียกทิดไพรวัลย์มาให้ข้อมูล ขอตรวจสอบก่อนว่าเข้าข่ายหรือไม่



