นายสุวัชร์ ศุภภาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้แถลงทิศทางอุตสาหกรรมปี 69 ว่า ภาวะตลาดมีความท้าทายสูงจากหนี้ครัวเรือนและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ คาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 1.5 ล้านคัน เติบโตเล็กน้อยที่ 3.4% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 950,000 คัน และจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน ขณะที่รถจักรยานยนต์มียอดผลิตลดลง 4.76% อยู่ที่ 2 ล้านคันปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดในปีนี้คือการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า โดยคาดว่าสัดส่วนการผลิตรถยนต์นั่ง พลังงานทางเลือก ทััง รถไฟฟ้าหรืออีวี ไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริดจะพุ่งสูงขึ้นมากกว่ารถยนต์สันดาป  เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกและโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เริ่มบังคับใช้เมื่อต้นปี

อย่างไรก็ตาม รถกระบะ 1 ตัน ยังคงเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนที่สำคัญ แม้จะเผชิญภาวะกำลังซื้อในประเทศชะลอตัวจากการที่สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากปัญหาหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ที่ยังทรงตัวในระดับสูง

นอกจากนี้ ภาคการส่งออกยังเผชิญความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบต่อตลาดส่งออกอันดับ 3 ของไทยที่มีปริมาณกว่า 2 แสนคันต่อปี ส่งผลให้ต้นทุนค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในตลาดหลักอย่างออสเตรเลีย  ที่บังคับให้ผู้ผลิตไทยต้องเร่งปรับตัวสู่เทคโนโลยีสะอาดรวดเร็วยิ่งขึ้น
ทางสมาคมฯ จึงมีข้อเสนอแนะเร่งด่วนให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นตลาดในประเทศเพื่อทดแทนยอดส่งออกที่หายไป ทั้งมาตรการภาษีเพื่อจูงใจการซื้อรถที่ผลิตในไทย การผ่อนปรนเงื่อนไขสินเชื่อ และการเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งขอให้รัฐเจรจา เอฟทีเอและผ่อนปรนกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมกับคู่ค้าต่างประเทศ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและพยุงอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้


นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่47 หรือมอเตอร์โชว์ หรือมอเตอร์โชว์ กล่าวว่า คาดว่ายอดจองในงานจะมากกว่า 80,000 คัน และผู้ชมงาน ไม่น้อยกว่า 1.8ล้านคน เป็นยอดคาดการณ์จัดงานระหว่างวันที่23มี.ค.-5เม.ย.69 รวม14วัน โดยครึ่งทางของการจัดงานยอดจองอยู่ที่  41,778คัน สำหรับ 5 อันดับแรก มีดังนี้ โตโยต้า 5,672 คัน เอ็มจี 4,217 คันโอโมด้า แอนด์เจคู 3,984 คัน ดีพอล และนีโว 3,828 คัน จีลี่ 3,213 คัน ส่วนจะมองว่าผู้บริโภคจะเปลี่ยนใจไปใช้รถไฟฟ้าแทนรถยนต์น้ำมันหรือไม่อย่างไรนั้นขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะตัดสินได้ว่าเป็นอย่างไรต้องรอดูในวันสุดท้าย แต่ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นดังนั้นรถอีวี จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคในปัจจุบัน.