สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ว่ารายงานฉบับนี้ ซึ่งจะนำเสนอต่อรัฐบาลต่าง ๆ ในการประชุมเสวนาระดับโลกว่าด้วยการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ ครั้งที่ 1 ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ นครเจนีวา ระหว่างวันที่ 6-7 ก.ค. นี้ ได้นำเสนอการประเมินทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเอไอ ขณะที่รายงานฉบับเต็มที่ครอบคลุมมากขึ้น ถูกวางแผนไว้ในปีหน้า
สมาชิกของคณะทำงานจะมาจากทุกภูมิภาคของโลก และดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี โดยไม่ขึ้นกับรัฐบาล สถาบัน หรือบริษัทใด ๆ
Exclusive: UN launches "AI for Good" commission https://t.co/rUSCtqxC1y
— Axios (@axios) July 1, 2026
รายงานสรุปว่า การนำเทคโนโลยีไปใช้ในวงกว้างอย่างรวดเร็วและไร้การควบคุม อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากเช่นกัน รวมถึงอันตรายต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้ ศักยภาพในการใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้าง ผลกระทบต่อระบบสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม และความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเทคโนโลยี
Tomorrow: the UN's first independent scientific panel on AI releases its Preliminary Report, a shared evidence base on AI.
— UN Office for Digital and Emerging Technologies (@ODET_UN) June 30, 2026
Live from UN HQ, 11:00 a.m. ET.
Watch: https://t.co/1xChyzXa38#DigitalCooperation #AIGovernance pic.twitter.com/BxUvEdtObX
ผู้เชี่ยวชาญระบุอีกว่า โมเดลเอไอในปัจจุบัน ได้รับการฝึกฝนมาสำหรับเพียงส่วนน้อยเท่านั้น และการแปลในบางภาษาก็เต็มไปด้วยข้อผิดพลาด ที่อาจส่งผลกระทบต่อการวินิจฉัยโรค และการตัดสินใจในการรักษา ขณะที่ความเสี่ยงอื่น ๆ รวมถึงผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิทธิมนุษยชน ระบบสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และเทคโนโลยีดีปเฟค
นอกจากนั้น เอไอยังทำให้การผลิต และสร้างเนื้อหาโดยกำหนดเป้าหมายในวงกว้าง สามารถทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีส่วนทำให้ความสมบูรณ์ของข้อมูลค่อย ๆ เสื่อมถอยลง และทำให้ความไว้วางใจของสาธารณชน ความสมานฉันท์ทางสังคม และการพิจารณาตัดสินใจในระบอบประชาธิปไตยอ่อนแอลง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



