ขึ้นแท่นเป็นว่าที่เจ้าสาวป้ายแดงคนต่อไปที่ทำเอาแฟนๆ ทั้งประเทศเอ็นดูหนักมาก สำหรับนางแบบ-นักแสดงสาวอารมณ์ดี “คารีสา สปริงเก็ตต์” ที่เพิ่งสละโสดเซอร์ไพร้ส์แฟนๆ หลังถูกแฟนหนุ่มโปรไฟล์ดี “เคน ชงสุวัฒน์” คุกเข่าขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นบนยอดเขา แต่สิ่งที่ทำเอาหลายคนหลุดโฟกัสและเอ็นดูสุดๆ คือความเรียลของคารีสาที่มาในลุคหน้าสดแบบไม่ปรุงแต่ง จนแฟนคลับแซวสนั่นว่าเป็น “หน้าโทนปรุงจืดของแท้”

ล่าสุดในงานเปิดตัวซีรีส์ “รักษ์” สาวคารีสาก็ได้ออกมาเปิดใจเล่าถึงเบื้องหลังโมเมนต์วันนั้นพร้อมเผยเคล็ดลับมัดใจว่าที่สามีว่า

“ใส่แล้วก็คิดถึงเขา คิดถึงว่าทำไมหน้าแบบนี้ ผิวแบบนี้ ผมแบบนี้ เรียกว่าตำนานมั้ย วงการบันเทิงที่หน้าสดที่สุดในการโดนขอแต่งงาน อีกนิดหนึ่งคือเพิ่งตื่น อะไรแบบนี้เกิดขึ้นแค่กับหนูนี่แหละ ก่อนโดนขอมีสัญญาณ ไม่ได้รู้สึกมีสัญญาณอะไรเลยค่ะ เพราะว่าคืนก่อนหน้าหนูก็ไปเที่ยวกับพี่ปู ไปรยานี่แหละ แล้วเขาก็ไลน์มาถามว่า “กลับมั้ย” แล้วเราก็แบบในใจยังคิดอยู่เลยว่า เอ้ย แฟนเราน่ารักจังเลย ตามด้วย แต่คือแบบตี 4 แล้วแล้ว เราก็ยังไม่กลับอีก เขาคงคิดว่ากี่โมงถึงจะกลับนะ คือเขาคงมีภาพในหัวว่าพรุ่งนี้แพลนในหัวเขาจะเป็นยังไง แต่เราก็เต็มที่กับชีวิตสุดๆ ไปเลย ดีใจที่เค้าก็ยังรัก”

คารีสาเล่าต่อว่า “น่าจะเริ่มนอน 6 โมงเช้ามั้งคะ ประมาณ ตี 4 เขาเริ่มตาม กว่าจะเริ่มกลับ เริ่มนอน เริ่มอาบน้ำ เขาก็บอกว่าไปเดินขึ้นเขากันมั้ย  ซึ่งเวลานั้นหนูจำไม่ได้  เหมือนเขาบอกตอนประมาณ 9 โมง หนูก็เป็นฟีลว่าแบบไม่อยากไป ขี้เกียจจังเลย แบบขี้เกียจอะไรอย่างเงี้ย แต่ก็รักเขา เขาบอกให้ไปก็ไป (ผู้ชายบอก 9 โมง เราก็ตื่นไปหน้าสด) ผู้ชายคือสิ่งล้ำค่า เขาบอกอะไรก็ให้ทำไป ไปก้าวร้าวตรงอื่น เราก็ต้องน่ารักที่สุดในโลก”

“ตอนเดินขึ้นเขาหนูก็บ่นตลอดทางเลยว่าแบบ มาทริป 10 กว่าวัน ทำไมต้องให้มาเดินขึ้นเขา วันที่แฮงค์ด้วย ง่วงมากเลย รู้สึกจะอ้วกตลอด ก็บ่นๆ แล้วก็เหมือนรู้สึกเฟรชอีกทีหนึ่ง ตอนที่มีแบบคนที่เขาเดินขึ้นไปก่อนแล้วเขาก็เดินผ่านลงมาวิ่งลงมา แล้วเขาบอกว่า นี่พวกยูขึ้นไประวังนะข้างบนมีโคโยตี้ เราก็เลยแบบ อยากไปดูโชว์ ก็เลยเหมือนมีไฟ แล้วแฟนก็บอกว่า เธอ โคโยตี้เป็นเหมือนหมาจิ้งจอก เข้าใจป่ะว่ามันยังแฮงค์อยู่อ่ะ เขาบอกว่าเขามีโคโยตี้แล้วอ่ะ เฮ้ย เออๆ ไปดูโคโยตี้ดีกว่า เราก็แบบเฮ้ย LA เลิศ มีโคโยตี้แต่ก็ไม่มี ขึ้นไปเราก็ไปชมวิว สักพักหนึ่งเขาก็เหมือนพูดออกมา เราก็เลยหันไปมองแล้วเขาก็คุกเข่าอยู่ แล้วก็เป็นแบบฉันสวยที่สุดในโลกเลย  ฟีลลิ่งแบบนั้นเลยไม่คิดอ่ะ ว่าแบบมันจะเป็นโมเมนต์นั้น เพราะเราก็คิดว่าแบบ เออ มันอบอุ่นมากๆ เลย เขาขอเสร็จเขาก็เล่าว่าเขาอยากให้มันเป็นโมเมนต์ที่อยู่ 2 คน ชีวิตหนูแบบมีคนเยอะแล้ว ไม่ว่าจะทำงาน กินข้าว เจอเพื่อน อยากให้หนูได้รับบรรยากาศที่เขาตั้งใจทำให้จริงๆ โมเมนต์แบบ 2 คน”

“ตอนที่เขาขอแต่งงาน หนูได้ยินว่าเขาขอแต่งงานแล้วหนูก็แบบงงว่าแบบ ในหัวสิ่งแรกที่หนูคิดคือ เราโตแล้วเหรอ เรื่องพร้อม เราพร้อมอยู่แล้ว แต่มันความรู้สึกเหมือนเราก็รู้สึกว่าแบบเราเป็นเด็กเลข 10 ตลอดเวลา เข้าใจมั้ย เราก็รู้สึกว่าซีนขอแต่งงานมันเอาไว้สำหรับผู้ใหญ่ เราโตแล้วเหรอ มันมีแค่คำถามนั้นมากกว่า จำได้ว่าเขาพูดประโยคเดียวค่ะ ว่า ‘แต่งงานกันนะครับ’ หนูเงียบไปนานมาก จนเขาถามว่า ‘แต่งมั้ยครับ’ ใช่ หนูเหมือนลืมตอบอ่ะ หนูก็เลยเข้าใจแล้วที่คนบอกว่าเออหูดับคืออะไร  มันเหมือนแบบมันลืมทุกอย่างไปหมดเลย  สมองมันช้ามากๆ เลย ตอนนั้นยืนแล้ว แล้วค่อยแบบเหมือนเขาถามอีกรอบก็เลยแบบว่า Yes ค่ะ  เราก้มลงไปหอมแก้มเขา รู้สึกว่าแบบเอ้ย น่ารักจังเลย ที่ทำให้เราขนาดนี้ เพราะว่าพี่ลองคิดดูสิว่ากลับบ้านตี 4-5 ยังโดนคุกเข่า มันโชคดีขนาดไหนที่ได้แบบ คือหนูโชคดีจังเลย เข้าใจมั้ย”

“เขาร้องไห้เยอะมาก หนูก็เลยไม่ได้ถามอะไรเยอะ คือหนูไม่ได้แชร์โมเมนต์เพราะหนูก็เกรงใจเขา หนูก็ยังถามเขาอยู่เลยว่าทำไมพี่ร้องไห้เยอะจัง เสียใจหรือเปล่า คือหนูก็ยังย้ำว่าเสียใจหรือเปล่า ตัดสินใจถูกใช่เปล่า เราเป็นผู้หญิงเราก็กลัว เข้าใจ แล้วยิ่งเห็นเขาร้องไห้เยอะมาก เราก็ยิ่งถามว่า คิดดีแล้วใช่เปล่า ซึ่งในใจเรารู้สึกว่า คือหนูแต่งงานตั้งแต่วันแรกที่จีบได้เลย จริงๆ เหมือนเรื่องเว่อร์ แต่แค่รู้สึกว่าอันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าได้แต่งงานกับรักแรกพบ เหมือนโอเวอร์ แต่ว่าแบบรู้สึกแบบนั้นจริงๆ มั่นใจในตัวผู้ชายคนนี้เพราะเป็นผู้ชายที่ปกติที่สุดที่เคยเดทมา  มันไม่ใช่ความรักแบบสนุกสนาน  มันเป็นความรักแบบที่เขาอยากมีเราเป็นครอบครัว  คือตั้งแต่แรกที่เจอกันเลยก็รู้สึกว่า แบบชอบคนนี้ รักคนนี้ จากทั้งที่ปกติเราชอบหลายคน  แต่พอเจอเขาแล้วรู้สึกว่าชอบคนนี้ แค่เห็นเขาเราก็รู้สึกรักเลย ใช่ คือหนูถึงบอกเวลาหนูเจอใคร หนูจะรู้สึกว่ารักหลายคน แต่พอเจอเขาแล้วรู้สึกว่ารักคนนี้ หนูก็อธิบายไม่ถูกแต่ขอให้พี่ๆ เจอรักแบบนี้ มันเป็นความรู้สึกจริงๆ อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้นอกจากคำว่ารัก”

“คนแนะนำให้รู้จักกัน ต้องขอบคุณผ่านสื่อ คุณหญิงแมน คือเป็นคิวของคู่เรา พี่แมนบอกว่าไปเจอหน่อย  แบบน้องเขาเพื่อนน้อย เป็นคนขี้เหงา หนูก็แบบอ่านแชตแล้วแบบพี่พูดถึงหนูใช่ป่ะ  แล้วเขาก็เหมือนพยายามจัดแจงให้คู่เราได้เจอกันได้เดทกัน ตอนแรกผู้ชายก็ยังกังวลอยู่เลยว่าเขาอายุเยอะกว่าเรา เขาจะน่าเบื่อมั้ย แล้วเค้าเป็นคนแบบ introvert เป็นคนช้า แล้วเราก็คือแบบ extrovert สุดๆ อายุห่างกัน 9 ปีค่ะ แต่ก็ไม่มีแก๊ปเลยค่ะ ไหว”

คารีสา เผยว่า “อย่าถามว่าเขารักเราตรงไหน เล่าให้เขาฟัง หนูสวยใช่ไหมคะพี่ หนูเก่งใช่ไหมคะ อย่ารอคำตอบด้วย อันนี้คือทริคนะ ใครยังไม่มีแฟน หนูสวยใช่มั้ย หนูดีใช่มั้ย พี่รักหนูใช่ไหม หนูเก่งใช่ไหม เล่าให้เขาฟังทุกวันแล้วเขาจะเชื่อ ผู้ชายก็เหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง ยิ่งเล่ายิ่งสอนเขาจะเชื่อในสิ่งที่เราพูด ถ้าอยากมีแฟนแบบนี้ต้องคิดว่าผู้ชายคือเด็กน้อยคนหนึ่ง ลองดูถ้าไม่ได้แฟน DM มาคุยกับพี่ใหม่ ทริคมันคือแบบนี้”

“เรื่องมู หนูขอแต่เรื่องงานเรื่องเงิน เพราะว่าความรัก ถ้าเขาจะรักเขาก็รัก แต่งานกับเงินสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังต้องช่วยอยู่ แพลนงานแต่งจัดแยกวันสิ อะไรที่เป็นเรื่องราวดีๆ ให้เป็นวันของผู้ใหญ่ไปเลย (อาฟเตอร์ปาร์ตี้จะเป็นยังไง?) เพื่อนหนูไม่มีคาแรกเตอร์ที่อยู่ใกล้ครอบครัวบรรยากาศเขาเลย ครอบครัวเขาไม่เคยเสพคาแรกเตอร์ บรรยายกาศแบบนี้ (ถ้าเขาอยากเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ล่ะ?) ให้มีลูกก่อนแล้วค่อยเจอ เดี๋ยวท่านเปลี่ยนใจ”

(แล้วทางบ้านว่าที่สามีในอนาคต เขามีคอมเมนต์หรือรีเควสอะไรเกี่ยวกับเราบ้างไหม?) คารีสา เผยว่า “เขาอึ้งไปหลายปีอยู่ค่ะ หนูว่าเขาเป็นเชิงอะไรใหม่ๆ ดีกว่า เป็นคาแรกเตอร์ใหม่ๆ ที่เขาจะได้ ทั้งครอบครัวเขาจะได้เจอ อยู่กับแม่สามีเราเรียบร้อนไหม ไม่นะ หนูไม่รู้ว่าเรียบร้อยคืออะไร หนูก็เพิ่งรู้ว่าที่ผ่านมาเขามองว่าหนูแต่งตัวโป๊ แต่หนูไม่รู้ว่าเรียบร้อยคืออะไร หนูก็เลยเสิร์ฟให้ไม่ได้ หนูว่าหนูเป็นตัวของตัวเองสม่ำเสมอ แล้วก็รักลูกเขา คุณแม่เขาก็ไม่ได้มีแบบมีแบบรีเควสว่าแบบขอเรียบหรูหน่อย ไม่มี นี่แหวนแม่เขาอ่ะ มีอะไรอยากอวดอีกไหม มีเวลาพอไหม คือโชคดีมากที่เพื่อนรัก สามีในอนาคตรัก ครอบครัวรักแล้วเวลคัมเรา”

(ทางครอบครัวของคารีสาว่าอย่างไรบ้างกับว่าที่ลูกเขยคนนี้?) “อุ๊ย เขาดีใจมากเลย คือพ่อแม่หนูนะ เขาไม่เคยรู้สึกแบบตาเป็นประกายกับผู้ชายคนไหนที่เหมือนอยู่ใกล้ๆ หนู  คือคนแรกเลยนะ คือแม่หนูปักธงเลยว่าอยากให้เดทกับคนนี้ เป็นแฟนคนนี้ แต่งงานกับคนนี้  คือตุลย์ ภากร ก็เลยส่งลิงก์ไปให้แม่ดูว่าเขาแต่งงานแล้ว แม่หนูพยายามอยากให้เป็นแฟนกับพี่ตุลย์ เดทกับพี่ตุลย์ แม่เขาคงไม่รู้ค่ะ พอพ่อแม่เห็นภาพขอแต่งงานท่านว่ายังไงบ้าง พี่เคน ขับรถไปพัทยา ไปขอกับแม่หนูก่อน น่ารักมาก เขาก็ทำตามธรรมเนียม เขาก็แบบไปขอกับแม่ก่อนว่าพ่อแม่เราเห็นด้วยมั้ย โอเคมั้ย พ่อกับแม่หนูก็ไม่ได้ห่วงหนูเลยค่ะ say yes ทันทีเลยค่ะ แล้วก็พร้อมซัพพอร์ตเขามากค่ะ หลังจากโดนขอจริงแล้ว หนูก็โทรฯ ไปแล้วแบบ แม่แบบดูสิ หนูโดนขอแต่งงานแล้ว เขาก็ร้องไห้ทั้งพ่อทั้งแม่ แต่คือทำไมเขาดูไม่ตกใจเท่าเรา เขารู้แล้วเหรอ เขาบอกว่ารู้แล้ว พี่เคนมาขอแม่แล้ว”

“หนูรู้สึกโชคดีค่ะ หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองโชคดีขนาดนี้มาก่อน ครั้งนี้รู้สึกแบบเออโชคดีมากๆ เลยที่เป็นที่รักขนาดนี้ แล้วก็ขอขอบคุณผ่านสื่อ คนมาคอมเมนต์แสดงความยินดีกับหนูเยอะมากๆ คือตอนแรกหนูเก็บไว้เป็นเดือน เพราะหนูรู้สึกว่าความรักมันก็เป็นเรื่องราวของคน 2 คน อยากเก็บโมเมนต์ไว้ อยากแบบคุยกัน แล้วพอที่รู้สึกว่าพร้อม เป็นจังหวะที่ใช่ที่อยากจะแชร์ แล้วพอหนูแชร์ไปแล้วพี่ๆ เพื่อนๆ หลายคน เข้ามาแสดงความยินดี หนูก็รู้สึกแบบ เออ มันฟิน นั่งอ่านแล้วมันมีความสุขมากที่คนแบบดีใจกับเราขนาดนี้ หนูไปกดหัวใจให้ทุกคอมเมนต์เลยเพราะหนูรู้สึกขอบคุณที่เขาเสียสละเวลามาคอมเมนต์ยินดี รู้สึกว่าอยากให้เขารู้สึกว่าเรารับรู้ว่าเราดีใจมาก หนูร้องไห้ทั้งวันเลยเพราะดีใจที่หนูเป็นที่รักขนาดนี้ ดีใจจัง เรื่องฤกษ์วันแต่งงาน หนูชอบมู แต่ว่าหนูก็ไม่มีเรื่องแบบเลขศาสตร์อะไรขนาดนั้น แม่เขาเป็นคนแบบช่วยดู แม่สามีในอนาคตช่วยดู”

“ตอนนี้กังวลมากที่สุดกังวลการร้องไห้ให้สวย อาฟเตอร์ปาร์ตี้ ไม่กังวล สนุกง่ายมาก แต่ว่าเนี่ยร้องไห้ให้สวยมันยากเหลือเกิน (ร้องไห้) กังวลแค่เรื่องเดียวเลยค่ะ ว่าร้องไห้ให้สวย หนูจะติดต่อพี่แอฟ ทักษอร พี่นุ่น วรนุช นางเอกเขาร้องไห้ยังไงให้สวย แล้วก็แบบมันก็ดีใจนะ  มันก็ดีใจนะ หนูมาพูดอยู่ตรงนี้ตั้งแต่หนูได้งานทำ เรียนจบ วันนี้แต่งงาน หนูรู้สึกว่า เออ หนูโตในวงการบันเทิง เหมือนวงการก็เลี้ยงหนูมา ไม่ต้องเลี้ยงลูกหนูนะคะ เดี๋ยวเป็นแบบนี้ ขอบคุณนะคะ ดีใจมากจริงๆ หนูร้องไห้เลย ขนาดหนูตลกขนาดนี้หนูยังร้องไห้เลย หนูดีใจจริงๆ ค่ะ แต่งงานแล้วค่ะ”

ขอบคุณภาพจาก:carissa_spg