เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระแรก เป็นวันที่ 3

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า ร่างงบประมาณฉบับนี้ไม่ใช่งบประมาณที่ไร้อนาคตตามที่ถูกอภิปราย แต่เป็นความพยายามปรับโครงสร้างงบประมาณที่หมักหมมมานาน ทั้งนี้ หากยังจัดทำงบประมาณแบบเดิมเหมือนในอดีต นั่นต่างหากคือการปล่อยให้ประเทศไม่มีอนาคต เพราะตัวเลขหลายส่วนเป็นภาระผูกพันต่อเนื่องมาหลายปี หลายรัฐบาลเห็นปัญหาเดียวกัน แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาแก้ไขอย่างจริงจัง

รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า งบปี 2570 ยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะมีข้อจำกัดทั้งเวลาและวงเงิน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปวิธีจัดทำงบประมาณ ประเด็นสำคัญคือการจัดเก็บรายได้รัฐ ซึ่งขณะนี้ กมธ.การเงินการคลังได้ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ใหม่ เพราะเครื่องมือที่มีอยู่ ช่วยให้เก็บภาษีดีขึ้นบางส่วน แต่ยังไม่พอรองรับภาระของประเทศ

นายภราดร กล่าวว่า ในส่วนการจัดทำงบประมาณและการกู้เงิน รัฐบาลจะเดินตามแผนการคลังระยะปานกลาง พยายามลดการขาดดุลลงในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพราะเห็นตัวเลขหนี้สาธารณะที่ใกล้ชนเพดาน และไม่ต้องการทำงบแบบตามน้ำจนกระทบวินัยการเงินการคลัง ในส่วนของเรื่องความโปร่งใส ปีนี้รัฐบาลไม่รอให้กรรมาธิการร้องขอ แต่จัดส่งไฟล์เอกซ์เซลรายละเอียดงบประมาณให้วิเคราะห์ล่วงหน้า พร้อมตัดลดโครงการที่ไม่จำเป็น ทั้งการสร้างตึกใหม่ ถนนโครงการใหม่ และโครงการซ้ำซ้อนในงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด

นายภราดร กล่าวว่า งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดถูกตัดลด เพราะหลายโครงการไปทำภารกิจซ้ำกับหน่วยงานหลัก เช่น ถนนที่ควรเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เขื่อนป้องกันตลิ่งที่เป็นงานของโยธาธิการ หรือการขุดลอกคูคลองที่เกี่ยวกับกรมชลประทาน ไม่ใช่เอางบจังหวัดไปทำซ้ำอีก งบจังหวัดควรใช้สร้างการพัฒนาจริง ไม่ใช่เป็นทางลัดของโครงการที่มีหน่วยงานประจำรับผิดชอบอยู่แล้ว ในเรื่องการกระจายอำนาจ ปีนี้หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ถูกตัดลดงบประมาณ แต่มีเพียงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่ได้ถูกลด และเมื่อเทียบกับปีก่อนยังเพิ่มขึ้นเกือบหมื่นล้านบาท แม้ยังไม่ถึงเป้าหมาย 35% เพราะติดข้อจำกัดวงเงินงบประมาณ

“รัฐบาลเริ่มใช้หลักติดตามผลลัพธ์งบประมาณ หากหน่วยงานใดมี KPI ดี จะมีผลต่อการตั้งงบปี 2571 แต่หน่วยงานใดสอบตกต้องถูกลดงบ นี่คือจุดเริ่มต้นของการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ หรือ Zero-Based Budgeting เพื่อให้เงินภาษีประชาชนเกิดผลจริง สำหรับภาระรายจ่ายประจำของภาครัฐ วันนี้รายได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาท ถูกใช้ไปกับเงินเดือนข้าราชการ สวัสดิการภาครัฐ และการชำระหนี้เกือบหมด จนเงินลงทุนต้องพึ่งเงินกู้ จึงต้องร่วมกันทบทวนโครงสร้างบุคลากรและสวัสดิการภาครัฐใหม่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลนี้ตั้งใจเริ่มแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของรัฐบาลต่อไป” นายภราดร กล่าว