สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวานนี้ (31 มี.ค.) จากการเปิดเผยของ สก็อตต์ คูเปอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลแห่งรัฐ (Office of Personnel Management) หรือ OPM เมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งสรรหาบุคลากรกลุ่ม “เจนซี” เข้าทำงานในหน่วยงานรัฐ หลังจากที่ปีผ่านมามีการลดจำนวนเจ้าหน้าที่ลงไม่ต่ำกว่า 386,000 ตำแหน่ง

คูเปอร์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของเจ้าหน้าที่รัฐในปัจจุบันมีอายุเข้าใกล้เกณฑ์เกษียณอายุภายใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ หากไม่มีการเติมคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบเพื่อทดแทนกำลังคนที่จะหายไปในระยะอันสั้นนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา OPM ได้เปิดตัว “เครือข่ายผู้มีความสามารถรุ่นเยาว์” เพื่อดึงดูดแรงงานระดับเริ่มต้นเข้าสู่ระบบงานของรัฐ โดยครอบคลุมสายงานด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล วิศวกรรม การจัดการโครงการ และการจัดซื้อ โดยชูจุดเด่นให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามา “ทดลองงาน” ในภาครัฐโดยไม่จำเป็นต้องผูกมัดเป็นระยะเวลานาน 

สก็อตต์ คูเปอร์

ปัจจุบันกลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ 5-7 ปี มีสัดส่วนเพียง 7% ของพนักงานรัฐสายพลเรือนที่มีทั้งหมดประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าสัดส่วนในตลาดแรงงานทั่วไปของสหรัฐที่มีอยู่กว่า 20%

การเร่งจ้างงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่คนรุ่นเจนซีกำลังเผชิญกับตลาดแรงงานที่ซบเซา โดยข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก ระบุว่า อัตราว่างงานของบัณฑิตจบใหม่ช่วงปลายปี 2568 พุ่งสูงถึง 5.6% ซึ่งสูงกว่าอัตราว่างงานโดยรวม การเปิดรับสมัครงานครั้งใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางจากนโยบายช่วงต้นวาระที่สองของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่พยายามลดขนาดองค์กรและตัดงบประมาณ โดยมี อีลอน มัสก์ เป็นหัวหอกในหน่วยงานดูแลประสิทธิภาพรัฐบาล ซึ่งส่งผลให้มีพนักงานลาออกและเกษียณอายุไป 386,826 คนในช่วงปีที่ผ่านมา

คูเปอร์มองว่าการลดคนและการจ้างใหม่คือภารกิจเดียวกัน นั่นคือการ “ปรับโฉมกำลังพล” ให้มีทักษะที่เหมาะสมกับยุคสมัย โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และเอไอซึ่งเป็นทักษะที่ภาครัฐยังขาดแคลน อย่างไรก็ตาม พนักงานรัฐจำนวนมากมองต่างออกไป โดยระบุว่าการลดจำนวนคนก่อนหน้านี้ทำให้งานล้นมือเจ้าหน้าที่และพนักงานที่ยังเหลืออยู่ รวมทั้งทำให้ภาวะหมดไฟในการทำงาน เช่น เจ้าหน้าที่สรรพากรที่กังวลว่าการขาดแคลนเจ้าหน้าที่อาจส่งผลต่อคุณภาพการตรวจสอบภายในและความล่าช้าในช่วงฤดูกาลยื่นภาษีที่นับว่ายากลำบากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเกิดโรคโควิด-19 ระบาดเป็นต้นมา

นอกจากนี้ ผลสำรวจความพึงพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐปี 2568 ยังพบว่า “คะแนนความสุข” ลดฮวบลงอย่างน่าตกใจ พร้อมระดับความเชื่อมั่นที่ต่ำลงในประเด็นเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง แม้ทาง OPM จะออกมาโต้แย้งเรื่องวิธีการเก็บข้อมูลของผลสำรวจดังกล่าว แต่เสียงสะท้อนจากเจ้าหน้าที่นิรนามระบุว่า หลายคนไม่กล้าตอบความจริงในแบบสำรวจรายไตรมาสของรัฐเพราะกลัวถูกสอดแนมและขาดความไว้วางใจในองค์กร ขณะที่คูเปอร์เองก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เช่นนี้ ย่อมมีเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ไม่เห็นพ้องกับแนวทางของรัฐบาลเป็นเรื่องธรรมดา

เครดิตภาพ : AFP