เมื่อวันที่ 2 เม.ย. สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” จำนวน 2 จุดในพื้นที่ จ.ตรัง และ จ.เชียงราย ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในคดีวันที่ 6 พ.ย. 68 สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมไอซ์ 496 กก. ที่ จ.เชียงใหม่ โดยยาเสพติดซุกซ่อนมากับสินค้าเกษตร เตรียมลำเลียงไปยังตลาดไท จ.ปทุมธานี ภายหลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 13 ราย (มีบทบาทเกี่ยวกับการลำเลียงยาเสพติด และบทบาททางด้านการเงิน) และเมื่อเดือน ม.ค. 69 สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ จ.พะเยา และจากการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลที่ถูกออกหมายจับ 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินการด้านการเงินให้เครือข่ายยาเสพติดเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องที่ถูกออกหมายจับรายอื่น ๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันวางแผนเพื่อสืบสวนจับกุม
ในระยะเวลา 5 เดือน หลังคดีการจับกุมดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี ดำเนินการสืบสวนขยายผลจนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 13 ราย ปัจจุบันดำเนินการจับกุมแล้ว จำนวน 5 ราย

พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สิ่งที่วิกฤติและเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด คือการที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ทั้งการสนับสนุน เอื้อประโยชน์ หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้ายาเสพติด พร้อมย้ำภายใต้ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” จะขุดรากถอนโคน เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดทุกระดับ โดยไม่มีการละเว้น
นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการขั้นเด็ดขาดที่จะนำมาบังคับใช้เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ หากพบว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การดำเนินการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ยืนยันว่าภาครัฐจะกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด ไม่ละเว้นผู้กระทำผิด และเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพราะเครื่องแบบมีไว้ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ใช้เป็นเกราะกำบังในการทำผิดกฎหมาย




