วันที่ 2 เม.ย. หลังจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย นายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้ประเมินผลกระทบของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นแล้วรวมลิตรละ 14.30 บาท มาอยู่ที่ลิตรละ 44.24 บาท เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 69 หรือปรับขึ้นแล้ว 48% หลังสิ้นสุดการตรึงราคา 15 วัน พบว่า มีภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจำนวนมาก เนื่องจากพึ่งพาการใช้น้ำมันดีเซล

เปิด 10 อันดับ น้ำมันแพง ธุรกิจไหนกระทบมากที่สุด ได้แก่ 

1.การขนส่งทางทะเล 

2.การผลิตยางสังเคราะห์และปิโตรเคมี 

3.การขนส่งทางอากาศ 

4.การผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก 

5.การขนส่งสินค้าทางบก 

6.การไฟฟ้า 

7.การปั่นด้าย 

8.การขนส่งชายฝั่งและทางน้ำภายในประเทศ 

9.การขนส่งทางบก

10.การทำเหมืองแร่ฟลูออไรด์

ราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น ลิตรละ 14.30 บาท มีผลทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเพิ่มขึ้น 4.56% หรือน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 บาท ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.32% และ กดดันให้การบริโภคภาคเอกชน ลดลงคิดเป็นมูลค่า 97,520 ล้านบาท 

ขณะเดียวกัน ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลดลง 0.56% ในกรอบระยะเวลา 1 ปี หรือน้ำมันดีเซลที่ขึ้นทุก 1 บาท ทำให้จีดีพีลดลง 0.04% 

3 ฉากทัศน์ น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อพุ่ง

  • กรณีที่ 1 และกรณีที่ 2  หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจบภายใน 3-6 เดือน มีโอกาสเกิดขึ้น 45% จะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.91-2.82% จากกรอบเป้าหมายปีนี้ที่ 1-3% ส่วนจีดีพี จะลดลง 0.14-0.28% จากคาดการณ์เดิมที่ขยายตัว 2%
  • กรณีที่ 3 หากยืดเยื้อตลอดทั้งปีนี้ มีโอกาสเกิดขึ้น 10% เงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นเป็น 3.67% ส่วนจีดีพีจะลดลงอีก 0.47%

ข้อเสนอรัฐบาล

  • ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล คือ ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง เช่น จ่ายเงินอุดหนุน, ลดการวิ่งรถเปล่า, ไฟฟ้า สกัดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ไม่ให้สร้างต้นทุนรอบสอง เร่งฟื้น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 600 เมกะวัตต์, เม็ดพลาสติก จัดหาแนฟทา โพรเพน วัตถุดิบต้นน้ำในการผลิตเม็ดพลาสติก 
  • จัดลำดับความสำคัญของกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น การแพทย์ อย่าง ยา ถุงน้ำเกลือ ถุงมือแพทย์ ตามด้วยอาหาร, บรรจุภัณฑ์ และป้องกันการตุนสินค้า, ปุ๋ย ล็อกสัญญาซื้อขายล่วงหน้า, ตรึงราคาในประเทศไม่เกิน 20% จากก่อนวิกฤติ โดยรัฐชดเชยส่วนต่าง ส่วนเกษตรกร ลดใช้ปุ๋ยเคมี