ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อในยุคดิจิทัล ที่ทักษะการเล่าเรื่องและการสื่อสารกลายเป็นหัวใจสำคัญของคนทำงานสื่อทุกแขนง ล่าสุด ไทยพีบีเอส เดินหน้ายกระดับบทบาทจากองค์กรผู้ผลิตสื่อ สู่การเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างครบวงจร เปิดตัว “Thai PBS Academy” พื้นที่บ่มเพาะนักสื่อสารรุ่นใหม่และมืออาชีพ ให้ก้าวทันโลกสื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. เปิดเผยแนวคิดพัฒนาไทยพีบีเอสให้เป็น “Academy” ด้านสื่อสารมวลชนว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของไทยพีบีเอส นอกเหนือจากการผลิตสื่อ คือการพัฒนาบุคลากรในวงการ โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมทั้งผู้ประกาศข่าวและงานด้านสารคดีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปองค์กรมีแผนจะยกระดับการดำเนินงานด้านนี้ให้จริงจังมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันให้ไทยพีบีเอสเป็นแหล่งฝึกอบรมด้านสื่อที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับวิชาชีพ ผ่านการขับเคลื่อนของ Thai PBS Academy เปิดตัว 3 หลักสูตรสำคัญ ได้แก่
1.“From Script To Series : Masterclass” หลักสูตรเขียนบทซีรีส์ระดับมืออาชีพ
2. VIPA PITCHING Project 2026 หลักสูตรพัฒนาการเล่าเรื่องสารคดี
3. THE ANNOUNCER 2026 ทักษะการเป็นผู้ประกาศข่าวมืออาชีพ

** Master Talk : “From Script To Series : Masterclass”
หลักสูตรเขียนบทซีรีส์ระดับมืออาชีพ ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนบทและกำกับซีรีส์ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์โดย “ มาสเตอร์อั้ม” คุณอมราพร แผ่นดินทอง นักเขียนบทภาพยนตร์และซีรีส์จากผลงาน “แฟนฉัน”, และซีรีส์ (สาธุ 1-2) “มาสเตอร์ไก่ “ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับและนักเขียนบทภาพยนตร์ และซีรีส์ (สงครามส่งด่วน) “มาสเตอร์แจ็ค”วรรธนพงษ์ วงศ์วรรณ ผู้กำกับซีรีส์ (สาธุ 1-2)และ “มาสเตอร์โจ” คณิศ บุณยพานิช บรรณาธิการบริหารด้านข่าวสืบสวน ไทยพีบีเอส

“มาสเตอร์อั้ม” บอกเล่าเรื่องราวของตัวเองว่า ไม่เคยเรียนเขียนบทแต่เป็นคนที่มีความรู้เรื่องเด็กในฐานะคนทำนิตยสารเลี้ยงลูก ได้มีโอกาสมาเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง “แฟนฉัน” ขณะที่ “มาสเตอร์แจ็ค บอกว่าตัวเองเรียนด้านสถาปัตย์ ไม่เคยเรียนเขียนบท เริ่มต้นจากการลงมือทำเริ่มจากการ ‘เขียน’ เลย นึกอะไรออกก็เขียนลงไปแล้วเอาไอเดียไปแชร์กับโปรดิวเซอร์
“สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มลงมือทำ แล้วเราจะเห็นจุดบกพร่องของงานตัวเองและปรับปรุงไปเรื่อยๆ งานเขียนไม่มีที่สิ้นสุด แต่มันจะพัฒนาขึ้นทุกครั้งที่เราลงมือ“มาสเตอร์แจ็คเล่า
ส่วน “มาสเตอร์ไก่”เล่าว่าตัวเองเรียนด้านทำภาพยนตร์มา เรียนรู้จากการลงมือทำหนังทำมิวสิควีดีโอ ฉายดูให้เพื่อนดูกันเองในคณะ
“บทเหมือนแปลนพิมพ์เขียว เหมือนการสร้างบ้านที่ต้องมีแปลนเพื่อให้แข็งแรงและประหยัดงบประมาณ ถ้าสมมติว่าเราข้ามบทไปเลย ไปผลิตเลย โอกาสที่จะเจ๊งเเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์“มาสเตอร์อั้ม ชี้ให้เห็นความสำคัญของบท
“มาสเตอร์อั้ม” อธิบายว่าคลาสนี้ เน้นการปฏิบัติมากกว่าทฤษฎีที่หาอ่านเองได้ เพราะการเขียนบทเปรียบเหมือนการเรียนทำอาหารหรือเรียนว่ายน้ำ ถ้าไม่ทดลองสนามจริงหรือเข้าครัวจริงก็ทำไม่ได้ บทเป็นจุดเริ่มต้น ที่ต้องอาศัยความประณีต หากขาดบทที่ดี ย่อมส่งผลต่อคุณภาพของผลงานโดยรวม ซึ่งบทที่ดีจะเป็นรากฐานสำคัญของงานสร้างสรรค์ สำหรับคนที่เข้ามาเรียนในคลาสมีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเขียน จะมีการคัดเลือกผู้ที่มีผลงานเข้าตา เข้ามาร่วมเขียนบทซีรีส์ เรื่องราวของคอรัปชัน ที่จะออกอากาศในไทยพีบีเอส ดังนั้นคนที่ได้รับคัดเลือกนอกจากจะได้รางวัลแล้วจะมีรายได้ ซึ่งขณะนี้ในวงการอาชีพเขียนบทยังต้องการคนใหม่ๆมาเสริมทีม
“ส่วนคนที่กังวลว่าไม่เคยเรียนนิเทศศาสตร์มา จะสามารถเป็นเขียนบทหนังได้ไหม ไม่จำเป็นว่าต้องมีประสบการณ์การเขียนบท แค่คุณเป็นมนุษย์มีคอมมอนเซนส์ยังไงก็เขียนได้” ผู้เขียนบทภาพยนตร์แฟนฉัน ให้ความมั่นใจ

ด้าน มาสเตอร์แจ็ค ให้มุมมองว่า คลาสนี้เป็นโอกาสที่ดีมากในการหยิบยกประเด็นสังคม (Social Issue) ที่สำคัญอย่างเรื่องคอร์รัปชันมาเป็นคอนเซปต์ในการพัฒนาบท เหมือนตอนที่ตัวเองทำเรื่อง ‘สาธุ’ ได้มองเห็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธพาณิชย์ แล้วหยิบมาผสมกับความสมมุติ เพื่อให้หนังมีรสชาติที่สนุกขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น และเข้าถึงใจคนได้มากขึ้น
“คิดว่าถ้าได้ร่วมทำงานกับไทยพีบีเอส ที่มีฐานข้อมูลเรื่องจริงมหาศาลมาเป็นแบ็กอัพ จะช่วยให้บทภาพยนตร์ถูกพัฒนาออกมาได้ดีและสนุกยิ่งขึ้น”

“มาสเตอร์ไก่ เสริมในฐานะคนทำสารคดีมาเขียนบทซีรีส์ เรื่อง”สงครามส่งด่วน” ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องแต่งที่อยู่บนพื้นฐานของเรื่องจริง จุดนี้ทำให้คนดูสามารถจะเปิดประตูเข้าไปเข้าอกเข้าใจคนอื่นที่แตกต่างจากตัวเรา และองค์ความรู้ที่ตั้งใจจะถ่ายทอดในคลาสนี้ คือการถ่ายทอดประสบการณ์ และหัวใจสำคัญของการดัดแปลงเรื่องจริงให้เป็นเรื่อง ที่เกิดจากจินตนาการได้อย่างทรงพลัง
หัวใจสำคัญของการทำหนังคือคอนฟลิกต์ หรือความขัดแย้ง ซึ่งเมืองไทยมีวัตถุดิบด้านนี้อย่างมหาศาล สามารถทำให้ความเป็นท้องถิ่นเป็นเรื่องระดับโลกได้ หรือที่เรียกว่า “Global is Local” เชื่อว่าคอนเทนต์ที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นได้อย่างมีเอกลักษณ์ จะสามารถเดินทางไปสู่เวทีระดับโลกได้
“ตัวผมเองในฐานะคนสอน ผมก็อยากมาเรียนรู้กระบวนการทำข่าวสืบสวนซึ่งผมสนใจมาก คือประตูสู่เนื้อหาใหม่ๆ สำหรับคนที่จะมาเรียน คลาสนี้คือสนามทดลอง การอ่านตำราอย่างเดียวทำไม่ได้ เหมือนกับการว่ายน้ำหรือทำอาหารที่คุณต้องกระโดดลงน้ำหรือเข้าครัวจริงๆการทำหนังคือการลองทำ ยิ่งทำมากยิ่งเรียนรู้ คลาสนี้คือโอกาสที่จะให้พวกเราช่วย ‘ชิม’ และให้ฟีดแบ็กว่าสิ่งที่คุณทำมันดีกว่านี้ได้อย่างไร”มาสเตอร์ไก่ กล่าว

ด้าน “มาสเตอร์โจ” ถ่ายทอดประสบการณ์การทำข่าวสืบสวนสอบสวนว่า ในการทำข่าว เคยเจอเหตุการณ์เกือบถูกอุ้ม กรณีไปทำข่าวเปิดโปงบ่อนในงานวัด ทำให้ได้แง่คิดว่า นักข่าวไม่จำเป็นต้องทำให้ชีวิตตัวเองไม่รอด
“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่ใกล้ชิดกับคนทำหนังที่สุด มองว่าการเอาประสบการณ์ของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนกันมีคุณค่ามาก ทุกวันนี้คนทำข่าวก็อยากทำหนัง และคนทำหนังก็อยากเอาเรื่องของคนทำข่าวไปทำ โลกสองใบนี้กำลังผสมผสานกันอย่างน่าสนใจ ชื่อว่าถ้าเราเอาชุดข้อมูลจริงไปต่อยอด จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ในหลายมิติ”มาสเตอร์โจ กล่าว

…คลาส “From Script To Series : Masterclass จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ทั้งเทคนิคการสืบสวนและการเขียนบทจากผู้เชี่ยวชาญ ตัวจริง…

**Master Trick : “VIPA PITCHING Project 2026”
ช่วง “Master Trick : ไขเคล็ดลับสารคดี” ถ่ายทอดเทคนิคการเล่าเรื่องจริงอย่างมีชั้นเชิง โดย คุณเอกพงษ์ สราญเศรษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Breaking the Cycle” และ คุณพัฒนะ จิรวงศ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ นักเขียนบทภาพยนตร์ และอาจารย์พิเศษด้านภาพยนตร์ ได้กล่าวถึงประสบการณ์การสอนด้านการเขียนบทและการทำสารคดีว่า ผู้เรียนสามารถนำความรู้จากคลาสเขียนบทมาต่อยอดในกระบวนการเรียนรู้นี้ได้ ซึ่งการเรียนการเรียนรู้ด้านสารคดีมีความหลากหลายในเนื้อหา ครอบคลุมตั้งแต่แนวคิด การพัฒนาเรื่อง การถ่ายทำ ไปจนถึงกระบวนการตัดต่อ ซึ่งเป็นทักษะที่ทุกคนสามารถพัฒนาได้ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงภาพเพื่อเล่าเรื่องอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการทำสารคดีถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างภาพยนตร์ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจการเล่าเรื่องผ่านภาพอย่างลึกซึ้ง

ผู้เข้าร่วมที่ผ่านการคัดเลือก 20 ทีมสุดท้าย จะได้เข้าร่วมเวิร์กชอปสุดเข้มข้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมโอกาสชิงทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท และต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับ Thai PBS ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ www.VIPA.me/PitchingPrpject2026 และร่วมส่งไอเดียได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2569

**Master Share “THE ANNOUNCER 2026”
ขณะที่ช่วง Master Share ประสบการณ์จากทีมผู้ประกาศข่าวไทยพีบีเอส เล่ามุมมองของผู้ประกาศข่าวตัวจริง โดย คุณวรลักษณ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา บรรณาธิการข่าว ไทยพีบีเอส, คุณผึ้งนภา คล่องพยาบาล บรรณาธิการข่าว ไทยพีบีเอส และ คุณวันวิสาข์ ทินวัฒน์ ผู้ประกาศข่าวค่ำไทยพีบีเอส ซึ่งได้กล่าวถึงการจัดอบรมผู้ประกาศข่าวว่า หลักสูตรถูกออกแบบเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง เพื่อรองรับผู้เรียนในแต่ละช่วงทักษะ

จุดเด่นของ THE ANNOUNCER 2026 คือการใช้สถานที่จริงในการฝึกปฏิบัติ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้ทดลองทำงานในสถานการณ์จริง เสมือนการทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวในสตูดิโอ ปัจจุบันเปิดการอบรมมาแล้ว 7 รุ่น เนื้อหาการอบรมครอบคลุมทั้งเทคนิค เสริมทักษะ วิธีการเป็นผู้ประกาศ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปต่อยอด และเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบใบผู้ประกาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ทั้ง 3 หลักสูตรนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ Thai PBS Academy ที่มุ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพในวงการสื่ออย่างมืออาชีพ พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในวงการสื่อ

สำหรับผู้ที่ไม่อยากพลาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและก้าวสู่โลกสื่ออย่างมั่นใจ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.thaipbs.or.th/Academy และทางเฟซบุ๊กเพจ Thai PBS Academy



