สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการประกาศจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษด้าน “เชื้อเพลิงและโลจิสติกส์” เพิ่มเติมในอัตรา 3.5% ของบริษัทแอมะซอนเมื่อวานนี้ (2 เม.ย.) โดยจะเรียกเก็บจากกลุ่มผู้ขายรายย่อยที่ใช้บริการคลังสินค้าและการจัดส่งของบริษัท เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันโลก โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนนี้เป็นต้นไป สำหรับผู้ขายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
ทางแอมะซอนระบุในแถลงการณ์ที่ส่งถึงผู้ขายว่า ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นในภาคการบรรจุและจัดส่งสินค้าและกระบวนการโลจิสติกส์ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั่วทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัทได้พยายามแบกรับภาระต้นทุนเหล่านี้ไว้เอง แต่เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงไม่มีทีท่าจะลดลง จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเก็บค่าธรรมเนียมชั่วคราวเช่นเดียวกับผู้ให้บริการขนส่งรายใหญ่อื่นๆ เพื่อชดเชยต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงบางส่วน
Amazon to add 3.5% fuel and logistics surcharge for sellers as Iran war drives up energy prices https://t.co/jsA8NBijqn
— CNBC (@CNBC) April 2, 2026
โฆษกของแอมะซอนยืนยันว่าอัตราค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บนี้ยังถือว่า “ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ” เมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นเรียกเก็บในช่วงเวลาเดียวกัน โดยคาดว่าค่าธรรมเนียมเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 17 เซนต์ (ราว 5.50 บาท) ต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปทรงของสินค้า
สถานการณ์ราคาพลังงานโลกยังคงผันผวนอย่างหนัก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นกว่า 6% ไปแตะระดับ 107.35 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,498.75 บาท) ต่อบาร์เรลเมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องจากเหล่านักลงทุนต่างกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางจะปิดกั้นการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปอีกนาน ซึ่งแอมะซอนไม่ใช่บริษัทเดียวที่ต้องปรับตัว เพราะก่อนหน้านี้ทั้งกรมไปรษณีย์สหรัฐ รวมถึงยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งอย่างยูพีเอสและเฟดเอ็กซ์ ต่างก็เริ่มใช้มาตรการเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เริ่มสงครามในอิหร่านเช่นกัน
ปัจจุบัน แอมะซอนมีผู้ขายบนแพลตฟอร์มกว่า 2 ล้านราย ซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพาบริการของบริการคลังสินค้าและขนส่งของแอมะซอนในการคัดแยก บรรจุ และจัดส่งสินค้าเป็นหลัก การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณของผลกระทบที่อาจต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าที่ผู้บริโภคต้องแบกรับในอนาคตอันใกล้
เครดิตภาพ : AFP



