ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายกรกฎ วงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริงพร้อมรับข้อร้องเรียนเรื่องปัญหาราคามะพร้าวและน้ำมะพร้าวปลอมปนที่จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยคณะตัวแทนจากกรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
โดยนายพยุงศักดิ์ กังเซ่ง ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวว่า จากการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ใกล้เคียงสมุทรสงครามพบว่ามีการดำเนินการในรูปแบบบริษัท มีผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่เกินร้อยละ 50 อย่างไรก็ตามได้พบข้อมูลบางกรณีอาจเข้าข่ายการกระทำผิด เช่นการถือหุ้นแทน (นอมินี) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการ นอกจากนี้อาจมีการเสนอร่างระเบียบที่เกี่ยวกับการจัดการธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฏหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลต่อไป

นางสุวัสสา สุขเจริญคณา เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค และนายสุชิน น้อยสกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงครามกล่าวว่า ปัจจุบันล้งมะพร้าวในพื้นที่สมุทรสงครามคาดว่ามีมากกว่า 300 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การขออนุญาตและควบคุมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำมะพร้าว เบื้องต้นไม่พบสารฟอกขาวหรือคลอรีน แต่มีบางแห่งใช้สารกันเสียเป็นที่ใช้ได้ตามกฎหมายและอยู่ในเกณฑ์ที่อนุญาต ทั้งนี้ยังไม่สามารถยืนยัน “ความเป็นน้ำมะพร้าวแท้”ได้ เนื่องจากไม่มีเกณฑ์ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อใช้เป็นมาตรฐาน อีกทั้งด้านกฎหมายปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมแหล่งผลิตต้นน้ำ ทำให้การบังคับใช้ยังมีข้อจำกัด จึงเตรียมสุ่มตรวจทุกบริษัทและพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล

ด้านนายคัมภีร์ ทองเปลว ตัวแทนเกษตรกรผู้ร้องเรียน และเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง ได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา คือให้มีการจัดตั้งทีมปฏิบัติการร่วมพร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบหลักและอำนาจหน้าที่ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติงาน บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จัดประชุมผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อเน้นสร้างความเข้าใจให้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น รวมทั้งตรวจสอบแหล่งวัตถุดิบ ต้นทุน และแหล่งจำหน่ายสารเคมี เพื่อขยายผลเชิงเครือข่าย สร้างความไว้วางใจแก่ประชาชน โปร่งใส คุ้มครองผู้ให้ข้อมูล และให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามนายทรงศัก มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลเพิ่มเติม และเพิ่มรอบความถี่ในการตรวจสอบครอบคลุมทั้งระบบส่งออก ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อป้องกันการกดราคาสินค้าเกษตรอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ในส่วนกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนทำให้การบังคับใช้ไม่เป็นเอกภาพ ควรเร่งหารือทุกหน่วยงานเพื่อกำหนดแนวทางเดียวกันและปิดช่องว่างนั้น จากนั้นประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะยังได้ลงพื้นที่โดยไปที่ศาลาประชาคม หมู่ 5 ตำบลปลายโพงพาง อำเภออัมพวา พบชาวสวนมะพร้าวกว่า 50 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนก่อเดินทางไปที่ อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี เพื่อพบชาวสวนมะพร้าวรับฟังปัญหาในเรื่องเดียวกันอีกด้วย



