เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินการตรวจเลือกทหารกองประจำการ 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 4 อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตรวจเลือดทหารของจังหวัดนนทบุรี ใน 6 อำเภอ (ไทรน้อย, บางกรวย, เมืองนนทบุรี, บางใหญ่, บางบัวทอง, ปากเกร็ด) โดยเป็นการคัดเลือกเป็นวันที่ 4 

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า วันนี้มาตรวจดูความเรียบร้อย รวมถึงดูการปฏิบัติงานของสัสดีที่ประชาสัมพันธ์ว่ามีผู้สมัครเต็มทุกวันนั้นทำอย่างไร รวมถึงนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการให้ชายไทยสมัครเข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจ หรือหากการสมัครเต็มจำนวน จะไม่มีการเกณฑ์ทหาร โดยปัจจุบันได้มีการนำระบบสมัครออนไลน์มาใช้ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่า ปัจจัยที่ทำให้มีผู้สมัครเต็มจำนวน พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า มีหลายปัจจัย อาทิ การประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งฝ่ายปกครอง ที่ได้ประชาสัมพันธ์นโยบายรัฐบาล รวมถึงปัจจัย และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ได้รับ สร้างแรงจูงใจ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับราชการสามารถศึกษาต่อควบคู่ไปด้วย เช่น การศึกษานอกระบบ เพื่อยกระดับวุฒิการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ และได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการเป็นจิตอาสาเพื่อการปกป้องอธิปไตย และสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเองและครอบครัว 

เมื่อถามว่า การดูแลทหารเกณฑ์ไม่ให้เกิดการซ้ำรอยในเรื่องของการทำร้ายร่างกาย พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับได้กำกับดูแลเป็นอย่างดี และได้ลงโทษผู้ที่กระทำ ยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวมีอยู่บ้าง ซึ่งหากพบการกระทำความผิดก็มีการลงโทษอย่างเด็ดขาด เช่น กรณีที่เกิดขึ้นที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ได้มีการลงโทษขั้นเด็ดขาด โดยปลดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด และดูแลครอบครัวของผู้บาดเจ็บ พร้อมย้ำว่า กองทัพบกมีคนดี และคนไม่ดี เพียงนิดเดียวทำให้ภาพลักษณ์เกิดความเสียหาย ซึ่งจะไม่ปล่อยคนกลุ่มนี้ไว้ ขอให้เชื่อว่า ลูกหลานของทุกท่านจะปลอดภัย ในยามที่กำลังพลออกปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน โดยตนได้เน้นย้ำคุณภาพชีวิตทหารชายแดน อย่างน้อยน้ำต้องไหล ไฟต้องสว่าง ทางดี ได้ชาร์จโทรศัพท์ มีสัญญาณโทรศัพท์เพื่อให้พูดคุยกับคนที่บ้านได้ หุงข้าวไม่ต้องก่อไฟมาก เรื่องเหล่านี้ถือเป็นคุณภาพชีวิตที่พวกเขาได้ไปช่วยพวกเราทุกคนในการปกป้องอธิปไตยของชาติ 

เมื่อถามว่า กรณีฝ่ายค้านจับตาการนำพลทหารไปรับใช้ และการเก็บบัตรเอทีเอ็มเพื่อหักหัวคิว ได้มอบนโยบายเรื่องนี้อย่างไร พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า มีนโยบายชัดเจน ที่ผ่านมามีเรื่องนี้อยู่บ้าง ก็เหมือนกับจุดด่างในเหล่าทัพ และเชื่อว่า ผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยเข้มงวดเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้มีอยู่น้อยมาก เหมือนเสื้อสีขาวที่มีจุดดำเพียงเล็กน้อย ดังนั้น ขออย่ามองจุดด่างดำ ขอให้ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา โดยมีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ หรือแม้แต่คนใดที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ รวมถึงไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ขอให้แจ้งมา

เมื่อถามว่า นโยบายทหารอาสาของพรรคภูมิใจไทยได้วางกรอบไว้หรือไม่ว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อใด พล.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ต้องรอให้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน และตนจะรับมาดำเนินการ ยืนยันว่ามีแน่ และทำอย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องหารือกันในละเอียดครั้งหนึ่ง ว่าจะกี่ปี หรือ 4 ปี เพราะจะได้มีโอกาสเรียน จนจบระดับปริญญาตรี และบรรจุเข้ารับราชการทหาร

พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีต รมว.กลาโหม ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ได้ฝากสานงานต่อในการดูแลทหารชั้นผู้น้อยอย่างเต็มที่ โดยการเพิ่มเงินจ่ากองร้อย กองพัน และจ่ากรม ซึ่งสิทธิของกำลังพลชั้นผู้น้อย จะดูแลอย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วง นอกจากนี้ยังย้ำว่า ไม่มีการแบ่งชนชั้นแต่อย่างใด แต่ระเบียบของข้าราชการทหารต้องมีการแบ่งยศ แบ่งสายบังคับบัญชาให้มีความชัดเจน เพื่อปกครองบังคับบัญชา เราทำงานด้วยกันเป็นทีม ชีวิตการทำงานที่บริเวณชายแดนทุกคนเท่ากันหมด ทุกคนมีโอกาสเหยียบกับระเบิดเท่ากันหมด