ทำเอาแฟนคลับหลายคนต่างพากันจับตามองว่าปีนี้พี่ใหญ่สายฮาอย่าง “บอย ปกรณ์” หายไปไหนจากงานมหกรรมฟุตบอลประจำปีของทางช่อง 3 จนเกิดข่าวลือไปต่างๆ นานา ล่าสุด บอย ปกรณ์ ได้เดินทางมาร่วมงานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 15 ณ ห้องกมลทิพย์บอลรูม โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ ก็ได้ชี้แจงเหตุผล พร้อมเผยสวมบทนักธุรกิจเปิดตัวร้านอาหารใหม่ “Thai coon” ดึงหวานใจ “เฟย์ พรปวีณ์” ร่วมหุ้น ยอมรับความพร้อมเรื่องแต่งงานถึงเกณฑ์แล้ว

บอย ปกรณ์ เผยว่า “ที่ไม่ได้ไปงานบอลเพราะว่าความจริงวันนี้ผมมีงานก่อนแล้วด้วยนะครับผม ตอนกลางวัน แล้วก็ช่วงก่อนหน้านี้เรื่องของการซ้อมอะไรพวกนี้ ก็คือปีนี้ผมไม่ว่างในเรื่องหลายๆ อย่าง เพราะว่าช่วงนี้ทำหลายอย่างมากเลยนะครับ ก็มีทั้งกำลังจะเปิดร้านอาหารใหม่ด้วย ความจริงก็เปิดแล้วแหละ เมื่อวานวันแรกนะครับ เป็น Soft Opening อะไรอย่างเงี้ย ชื่อ “Thai coon” ครับ ทุกคน ก็ฝากติดตามกันด้วย เดี๋ยวเอาไว้เดี๋ยวเชิญพี่สื่ออีกทีหนึ่ง มีหลายอย่างที่ต้องทำครับ ปีนี้ก็เลยขออนุญาตว่าไม่ได้ไป เดี๋ยวยังไงปีหน้าว่างก็ไปอยู่แล้วครับ (คนก็มองว่าเราไม่ได้ตัดขาดช่อง?) โอ้ย ไม่อยู่แล้ว กับผมกับช่อง 3 ไม่มีทางตัดขาดกันได้อย่างแน่นอน ผมยังรู้สึกอยู่ตลอดว่าความจริงช่อง 3 ก็คือผู้มีพระคุณของผม ที่ทำให้ผมมีทุกวันนี้ได้ เพราะฉะนั้นแล้วคือถ้าอะไรก็ตามที่แบบผมสามารถไปช่วยงานทางช่องได้ ผมยินดีอยู่ แต่เพียงแค่ว่าปีเนี้ย คือหลายๆ อย่างเราอาจจะแบบเวลามันไม่อำนวย แค่นั้นเอง ปีนี้เชียร์คุณเกรท (เกรท วรินทร) แล้วกันครับผม คุณเกรทเขาอยู่สีเหลืองขมิ้น ฝีเท้าเขาจัดจ้าน ก็เชียร์เพื่อนรักครับ”

“ส่วนเรื่องธุรกิจร้านอาหารก็ความจริงแล้วก็ไม่ได้ถึงกับเปิดสวนกระแสหรอก แต่ว่ามันก็เป็นแพลนที่วางแผนกันมาครึ่งปีแล้วนะครับผม ร้านนี้ก็หุ้นกับเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน แล้วก็มีเฟย์ (เฟย์ พรปวีณ์) หุ้นด้วยครับ ชื่อร้านอาหาร เป็นอาหารไทยครับ กึ่งๆ จะฟิวชั่นเล็กน้อยครับผม แต่เราทุกคนเข้าถึงได้นะครับผม ก็เป็นอาลาคาร์ท ชื่อร้าน “Thai coon” ครับผม สำหรับเชฟทางทีมเนี่ยไปได้เชฟที่เป็นเชฟเก่งๆ เลย ชื่อเชฟหวาย จากร้านนัสสิกที่เชียงใหม่ ก็เลยเป็นคนให้เขามาเป็นคนวางเมนูเบื้องต้นให้ทั้งหมด สาขาแรกเปิดที่สีลมครับ อยู่ที่ตึกข้างๆ โรงแรมพูลแมน สีลม เฮ้ย เราสามารถทำธุรกิจร่วมกันกับแฟนได้ สบายมาก เราต้องมีอนาคตร่วมกันไปอีกไกล (ยิ้ม) ไม่มีความขัดแย้งหรอก ผมว่าคือเราเวลาทำธุรกิจด้วยกัน เราก็เคารพความเห็นซึ่งกันและกันแหละ แล้วความจริงก็คือไม่ได้มีแค่เรา 2 คนด้วยนะ มันมีหุ้นอื่นๆ ด้วย ก็เคารพความเห็นส่วนรวม มีอะไรก็แชร์กันได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ (ทำธุรกิจแล้ววางแผนแต่งงานยัง?) ก็ความจริงแล้วผมคิดว่าเรื่องของการแต่งงานเนี่ย มันก็เป็นจังหวะที่เหมาะสมแล้วแหละนะครับ แต่ก็คือเดี๋ยวรอให้มันเกิดขึ้น เดี๋ยวทุกคนก็คงแบบว่า ให้มันเป็นไปตามจังหวะที่มันเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าถามว่าเรื่องวัย เรื่องความพร้อม เรื่องอะไร ผมก็เคยได้เคยบอกไปว่า มัน มันก็ถึงจังหวะของเวลาแหละ”

บอย ปกรณ์ เผยต่อว่า “เรื่องนามสกุล 3 พี่น้องที่เขียนไม่เหมือนกัน ก็คือที่ทุกคนได้เห็นลงไอจีใช่ไหม อันนั้นเนี่ยเป็นนามสกุลที่คนเห็นมาจากการจองตั๋วเครื่องบิน ก็คือเร็วๆ นี้จะมีทริปไปเที่ยวกับครอบครัวไปต่างประเทศด้วยกัน ก็เลยจองตั๋วเครื่องบิน ก็เป็นชื่อภาษาอังกฤษในพาสปอร์ต นามสกุลก็คือไม่มีใครเขียนเหมือนกันเลย ความจริงจุดเริ่มต้นก็คือคนที่เหมือนคุณแม่ก็คือภัทรคนเดียว คือผมนามสกุลฉัตรบริรักษ์ แต่ว่าถ้าของคุณแม่เนี่ยจะอ่านว่า ฉัตเบอร์ริรักษ์ ทีนี้มันเรื่องของเรื่องมันคือตอนที่เรา ผมว่ามันน่าจะเป็นตอนเรียนหนังสือนั่นแหละ แล้วเขาให้เขียนชื่อภาษาอังกฤษ เพราะต่างคนต่างเขียน อย่างของหน่องเนี่ยถ้าไปดูจะอ่านว่า ฉัต ผมว่าผมถูกต้องสุดตามบัตรประชาชน เพราะว่าของคุณแม่มันอาจจะอ่านว่า ฉัตรบูรีรักษ์ หรือ ฉัตรเบอร์ก็ได้ ส่วนของหน่องนี่หนักเหมือนกัน ชื่อ B O I จะเป็น ฉัตรโบลีรักษ์ ซึ่งไม่ใช่ ของผมต้องเป็น B O R I เป็น ฉัตรบริรักษ์ ของผมถูกต้องสุดแล้ว

ส่วนวันใหม่ก็คือตามแม่ไป วันใหม่ก็คือแม่เขียนให้ ก็จะเป็นตามแม่ เรื่องพี่น้องไม่เคยมีปัญหา แต่ว่าผมดันมีปัญหาของผมเอง คือผมอ่ะเขียนฉัตรบริรักษ์ คือ B O แล้วก็ R R ใช่ไหม แต่ผมอ่ะเคยครั้งหนึ่งคือพี่ผู้จัดการที่ช่อง 3 เคยตั้งอีเมลให้ผม แล้วใช้นามสกุลเป็นอีเมล ดันเขียนเหมือนไอ้หน่อง ก็คือเป็น B O R I แล้วมีครั้งหนึ่งไปต่างประเทศ แล้วคือต้องกรอกทั้งตัวชื่อจริงแล้วก็นามสกุล มันก็เลยมีปัญหาว่าอันไหนคืออันที่ถูก เวลาเขียนไม่เหมือนกัน (ตั้งใจจะไปแก้ไหม?) คนอื่นต้องมาแก้ตามผม ผมถูกแล้ว (มีคนยอมไหม?) พวกมันก็คิดว่าของมันถูก แต่ไม่ใช่ต้องฉัตรบริรักษ์ เราไม่ใช่โบลีรักษ์ หรือบุรีรักษ์ ไม่มีปัญหากับ ตม. เพราะว่าตอนเข้าก็ต่างคนต่างเข้า ไม่มีปัญหา”

ขอบคุณภาพประกอบ : boy_pakorn