เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 7 เม.ย.  นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินทางเข้าสักการะศาลพระพรหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ณ ศาลพระพรหม แยกอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร บี ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม. โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

นายไชยชนก ชิดชอบ รมว. ดีอี  กล่าวว่า  มาตรการเร่งด่วนของกระทรวงที่ทำต้องตอนนี้มีหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาน้ำมันในเฟส 2 โดยจะดึง  สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ ดีจีเอ เข้ามาทำงานร่วมกัน  เพื่อให้มีระบบตรวจสอบปริมาณน้ำมัน และหากมีความจำเป็นต้องควบคุมปริมาณการใช้ต่อคันหรือต่อคน ระบบเราต้องพร้อมรองรับทันที รวมถึงได้รับความร่วมมือจากบริษัทน้ำมันต่างๆ ด้วย ซึ่งเป็นมาตรการสำรองจะดำเนินการต่อไป  

“ปกติกระทรวงดีอี ได้ทำงานร่วมกับดีจีเออยู่แล้ว แต่ เหตุผลที่จะดึง กลับเข้ามาอยู่ในกำกับกระทรวงดีอี เพื่อ เข้ามาให้การทำงานเป็นในทิศทางเดียวกัน  ขณะเดียวกัน สาเหตุที่ต้องมี รัฐมนตรีช่วย   แนน บุณย์ธิดา สมชัย เข้ามาในกระทรวงถือว่าเป็นตำแหน่งใหม่นั้น เพราะงานภายในกระทรวงเยอะขึ้น เพราะกระทรวงดีอีในความเป็นจริงควรเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ ทั้งในเรื่องบทบาททางกฎหมาย ทั้งเรื่องการอัปเดทเทคโนโลยี และมีหลายอย่างต้องเร่งทำ หากมีคนมาช่วยงานเยอะจะยิ่งดี หวังว่ากระทรวงจะเติบโตมากขึ้น เข้าถึงประชาชนทุกระดับ ซึ่งกระทรวงดีอีควรจะเป็นเกรดเอเสียด้วยซ้ำตามวิวัฒนาการ เมื่อรัฐบาลมีความสามัคคีกันเรื่องเกรดไม่ใช่เรื่องสำคัญมันเป็นเรื่องของการกำหนดทิศทางนโยบายให้ไปพร้อมกันมากกว่า”

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า การเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 ท่ามกลางปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เป็นเรื่องที่ ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบที่อยู่บนความเป็นจริง แม้จะเป็นวิกฤตมีความยากลำบากแต่ก็มีโอกาสด้วย ซึ่งต้องพร้อมปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น จึงต้องระดมความร่วมมือรับการเปลี่ยนแปลง สำหรับการประหยัดพลังงานก็ทำทุกอย่าง เช่น ในกระทรวงดีอีมีการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ หรือส่วนตัวไม่มีรถประจำตำแหน่ง และรถนำขบวน หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนก็ไม่ใช้

“การพิจารณาเรื่องรถยนไฟฟ้า หรือ อีวี ที่กำลังเตรียมการอยู่ แม้จะเกิดกระแสดราม่า แต่ตนชื่นชมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในเรื่องนี้ และอีกหลายๆ ท่านที่ทำ ใครที่มีกำลังจะทำก็ทำเพื่อช่วยกันลดปริมาณการใช้พลังงานร่วมกัน”

ด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า การดำเนินงานที่จะดึง ดีจีเอ เข้ามาภายใต้กระทรวงดีอี เบื้องต้นจะพัฒนาแอปพลิเคชั่นทางรัฐ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน หลังจากที่ประชาชนได้ใช้ทางรัฐ ในการขอเอกสารต่างๆ ได้ แต่ในอนาคตจะมีรายละเอียดที่มากกว่านั้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น

สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับ work from home หรือ work form anywhere ก็ต้องมีความจำเป็นต้องใช้ เพราะมีหลายหน่วยงานนำมาใช้แล้วได้ผล จากการใช้แอปฯ อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นอกจากนี้ การใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้นหลังจากทำมาตรการประหยัดพลังงาน ขณะนี้กระทรวงฯ พูดคุยกับหลายหน่วยงาน เบื้องต้นผู้ที่ดูแลเรื่องราคาอินเตอร์เน็ตคือ กสทช. อาจจะต้องดูในรายละเอียดทั้งหมด ว่าสามารถช่วยเหลือในส่วนใดได้บ้าง  อาจจะไม่ใช่แค่อินเทอร์เน็ตมือถืออย่างเดียว แต่อาจเป็นไว-ไฟ  พื้นฐานตามชุมชนต่างๆ ซึ่งต้องไปดูว่าสิ่งที่เราเคยมีอยู่ เราสามารถพัฒนาให้มันดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง   จะเป็นส่วนที่เราสามารถทำได้ง่ายที่สุดจะได้เห็นผลช่วงหลังสงกรานต์ แต่จะให้ภายใน 1-2 เดือนอาจไม่ทันการ“

อย่างไรก็ตาม ในส่วนราชการจะต้องปรับตัวให้เร็วที่สุดเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ส่วน เรื่องของมาตรการที่ชัดเจนอาจจะต้องรอการแถลงต่อสภาฯ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แถลงจะมีขึ้นในวันที่ 9-10 เม.ย.69 ซึ่งจะเป็นนโยบายที่สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานในแต่ละกระทรวงเพื่อเป็นแนวทางของรัฐบาลชุดนี้