สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ว่าตำรวจเนปาลรายงานว่า ผู้ประกอบการบางรายได้จัดฉากการขนย้ายนักปีนเขา เพื่อรับส่วนแบ่งจากเงินประกัน โดยมีผู้ถูกตั้งข้อหา 32 คน ในคดีฉ้อโกงมูลค่า 19.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 639 ล้านบาท)

นายจายา นารายัน อัชารยา โฆษกกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบินพลเรือนเนปาล กล่าวว่า เนปาลกำลังดำเนินการหลายขั้นตอน เพื่อสอบสวนและดำเนินการต่อขบวนการฉ้อโกงใด ๆ พร้อมย้ำว่า การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญ และรัฐบาลต้องดำเนินการแก้ไขการกระทำผิด

ตำรวจกล่าวว่า ผู้ประกอบการใช้กลวิธียื่นเคลมประกันหลายครั้ง สำหรับการช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว เพื่อให้บริษัทเฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำได้รับเงินหลายครั้ง สำหรับเที่ยวบินเดียวกัน

นอกจากนั้น หน่วยสอบสวนระบุว่า นักท่องเที่ยวบางคนยังถูกทำให้ป่วย ซึ่งรวมถึงการเสิร์ฟอาหารที่ปนเปื้อน หรือการผสมเบกกิงโซดาในมื้ออาหาร

ตามเอกสารฟ้องร้อง เมื่อนักท่องเที่ยวป่วย พวกเขาจะถูกกดดันให้ใช้บริการเคลื่อนย้ายโดยเฮลิคอปเตอร์ แม้ในกรณีที่เจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้ กระทรวงย้ำว่า พวกเขาจะใช้นโยบายไม่ยอมรับการกระทำผิดใด ๆ โดยสิ้นเชิง เพื่อปราบปรามการฉ้อโกง รวมถึงการสอบสวน และการเปิดเผยผู้กระทำผิด

ย้อนกลับไปในปี 2561 การสอบสวนของรัฐบาลพบบริษัท 15 แห่ง ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงในลักษณะเดียวกัน แต่ไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ ทำให้พวกเขายังคงดำเนินธุรกิจ และฉ้อโกงนักปีนเขาต่อไปได้.

เครดิตภาพ : AFP