วันที่ 9-10 เม.ย. มีการประชุมรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล “สส.แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แถลงผลการประชุมจัดสรรเวลาอภิปราย ว่า ใช้เวลาอภิปราย 32.30 ชั่วโมง แบ่งเป็นเวลาประธานที่ประชุม 1.30 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย 1.30 ชั่วโมง เวลา ครม.ชี้แจง 6 ชั่วโมง เวลา สว. 4 ชั่วโมง เวลา สส.ฝ่ายรัฐบาล 5.30 ชั่วโมง และเวลา สส.ฝ่ายค้าน 14.30 ชั่วโมง การประชุมวันที่ 9 เม.ย.นี้ เริ่มประชุม 08.30-02.00 น. ส่วนวันที่ 10 เม.ย. จะเริ่มเวลา 08.00-23.00 น.
“สส.เบนซ์” อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า เราจะไม่ออมมืออภิปรายนโยบายรัฐบาล เตรียมประเด็นทวงถามนโยบายรัฐบาลที่ประกาศหาเสียงไว้กับประชาชน ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรมได้เวลาอภิปราย 3.30-4 ชั่วโมง ได้วางประเด็นทั้งวิกฤติพลังงาน ภาคการท่องเที่ยว การเกษตร การศึกษา

“เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงวันแถลงนโยบาย ที่ฝ่ายค้านประกาศจองกฐินอภิปราย กล่าวว่า “ตอนนี้มันหน้าผ้าป่า ไม่ใช่หน้ากฐิน”
“หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคส้มมาในธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ในเรื่องของฝุ่น PM 2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง ตั้งแต่มีวิกฤติแรกๆ ก็มีประชาชนสะท้อนว่าอยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่ามีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ ตอนแรกรัฐบาลยืนยันว่าไม่มี แต่สุดท้ายก็ออกมาแถลงอีกแบบว่าสุดท้ายคนที่กักตุนน้ำมันแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ
มีเรื่องที่สำคัญอีก คือ ประเทศเรามีวิกฤติเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือตลาดพลังงานที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร พรรค ปชน. เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน

“เมื่ออ่านนโยบายรัฐบาล เห็นความพยายามที่จะปรับให้มีอะไรใหม่ๆ เช่น การที่มีการตั้งคลัสเตอร์ ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการขึ้นมา 5 กลุ่ม เชื่อว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พยายามทำ คือเขาพยายามที่จะเอานโยบายของพรรคอื่นๆ ที่อาจจะเห็นว่าดีไปมัดรวมกัน หลายอย่างพรรค ปชน.ก็เคยนำเสนอ เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร แต่การออกแบบโครงสร้างผังบริหาร นโยบายที่เอาจากพรรคอื่นๆ มามัดรวมกันอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้ คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ปัญหาสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้คือประชาชนและภาคเอกชนขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล กับการที่ประชาชนตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน ส่วนใหญ่เรายังเห็นโฉมหน้าของ ครม.ที่มาจากโควตาทางการเมือง ซึ่งพวกเรายืนยันมาโดยตลอดว่า โฉมหน้าของ ครม. ลักษณะนี้ต่อให้จะมีนโยบายที่สวยหรูขนาดไหน ก็อาจจะไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใหญ่ๆ ได้
ความเชื่อมั่น ควรเริ่มต้นมาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม ต้องไม่มีผลประโยชน์ ก่อนหน้านี้เราก็เห็นนายกรัฐมนตรีออกมาปกป้อง “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม สุดท้ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกจากศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แต่ทำไมไม่แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนหน้านี้”
หัวหน้าเท้ง กล่าวว่า การที่ ป.ป.ช. เตรียมจะยื่นคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ให้ศาลฎีกา ในวันที่ 9 เม.ย. นี้ หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะหยุดสงกรานต์จริง หากกระบวนการเร่งรัดเกิดขึ้นจริง ควรมีอำนาจสั่งกดปุ่มไม่ควรทำ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาบล็อกการอภิปรายของพรรค ปชน. ในวันแถลงนโยบาย ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นนิติสงครามอย่างชัดเจน
ขั้วตรงข้ามทางการเมืองพยายามใช้อาวุธทางกฎหมายในการสกัดกั้นทำลายพวกเรา ยิ่งคุณทำแบบนี้เท่าไร ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจต่อประชาชนที่เขาแสวงหาความเป็นธรรม เราเตรียมรับมือไว้แล้วทุกสถานการณ์ และในพรรคเราได้คิดไว้ในกรณีเหตุเลวร้ายที่สุดไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าคำสั่งจะออกมาในวันไหน เราก็พร้อมเดินหน้าต่อเต็มที่

หลังจากมีกระแสตัดสวัสดิการ สส. “สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพฯ พรรค ปชน. แถลงข่าวเรียกร้องให้องค์กรอิสระ เปิดเผยจำนวนค่าตอบแทน และสวัสดิการผู้บริหารองค์กรอิสระ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีทั้งผู้เชี่ยวชาญ ที่มีค่าตอบแทนต่อเดือนจำนวน 48,730 บาท เลขานุการที่มีค่าตอบแทนต่อเดือน จำนวน 44,310 บาท และผู้ช่วยเลขานุการที่มีค่าตอบแทนต่อเดือน จำนวน 22,155 บาท และยังมีสิทธิสวัสดิการกับค่าเดินทางตามระเบียบ
ป.ป.ช.มีตำแหน่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษได้ไม่เกินจำนวน 3 อัตราต่อคน ค่าตอบแทนรวมต่อคนต่อเดือน อยู่ที่จำนวน 25,000-31,000 บาท และยังมีประกันสุขภาพให้อีกจำนวน 15,000 บาทต่อคนต่อปี คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีค่าตอบแทนสูงมากอยู่แล้ว และเมื่อรวมรถประจำตำแหน่งกับสิทธิประกอบอื่น ๆ ค่าตอบแทนสูงเกือบครึ่งล้านบาทต่อเดือน
จากกรณีสินบนทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท ที่ให้กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งตอกย้ำว่า ค่าตอบแทนสูงไม่ได้สะท้อนกับความซื่อสัตย์สุจริตแต่อย่างใด ผู้ช่วยดำเนินงานของ สส.ได้ค่าตอบแทนจำนวน 15,000 บาทต่อเดือน แต่คนขับรถประจำตำแหน่งของบางองค์กรอิสระ ได้ค่าตอบแทนสูงถึง 19,000 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมสวัสดิการอื่น ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ขอเรียกร้องให้องค์กรอิสระ เปิดเผยจำนวนค่าตอบแทน และสวัสดิการผู้บริหารให้ประชาชนหมดความกังวล
พรรค ปชน.จะเสนอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นรายมาตรา เพื่อให้องค์กรดังกล่าว ได้รับการตรวจสอบจากองค์กรอื่น และประชาชนได้ด้วย” นายภัณฑิล กล่าว

อีกเรื่องหนึ่ง ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ว่า การเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะใช้ระเบียบการเลือกตั้งที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ สูตร 1 เลือก 7 โดยตนจะมีการลงนามภายหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นตามกรอบระยะเวลา (เดือน ก.ค.) รมว.แรงงานจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซงการทำงานของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ต้องมีความอิสระและโปร่งใส ขอให้ สปส.อิสระจากการเมืองทุกฝ่ายทุกสี ขอเรียกร้องไปยังทาง สปส. ไปยังกลุ่มการเมืองต่างๆ เราต้องการปฏิรูปให้ สปส. ไม่กลายเป็นขั้วการเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง ทุกฝ่ายต้องเดินหน้าได้ด้วยความเป็นกลาง
“การลงทุนของ สปส. ต้องมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เม็ดเงินจำนวนมากจะลงทุนอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้ผู้ประกันตน ส่วนการตรวจสอบการซื้อตึก SKYY9 อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะทำงาน ซึ่งขณะนี้มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ผมคงจะไม่เข้าไปแทรกแซง” นายจุลพันธ์ กล่าว
เมื่อถามถึงสถานการณ์ความเปราะบางของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า สิ่งแรกที่จะช่วยแรงงาน คือการออกมาตรการลดเงินการจ่ายสมทบประกันสังคม และการสร้างมาตรการรองรับ ด้วยการคงการจ้างงานหากสถานการณ์รุนแรงกว่านี้ เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำนั้นอยากให้ปรับเพิ่ม แต่ต้องพิจารณาเศรษฐกิจปัจจุบันด้วย
รัฐมนตรีหน้าเก่าและหน้าใหม่เริ่มทำงานแล้ว รอดูต้องมีผลออกมาเป็นรูปธรรมที่สุดในขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้.
“ทีมข่าวการเมือง”



