เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการจำนวน 4 เรื่อง ดังนี้ กรณีแรก ชี้มูลอดีตนายอำเภอโพธิ์ชัย ทุจริตซื้อสารเคมีปราบศัตรูพืช โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายเธียรชัย พุทธรังษี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นางประไพ สุรเสน เสมียนตราอำเภอโพธิ์ชัย และกลุ่มเอกชนผู้สนับสนุน ได้แก่ นางณุธษา พลเขต น.ส.พัชรีย์ ศุภสรรพตระกูล และนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล กรณีจัดซื้อสารเคมีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากการระบาดของโรคเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ในราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง
จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า มีการจัดทำบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอโพธิ์ชัย (ก.ช.ภ.อ.โพธิ์ชัย) เท็จ ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้จัดซื้อ ทั้งที่ไม่มีการประชุมจริง อีกทั้งมีการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษโดยกำหนดให้เลือกผู้ขายตามเอกสารที่มีบุคคลนำมามอบให้แก่เสมียนตราอำเภอ ซึ่งกลุ่มบริษัทที่เสนอราคาและเข้าเป็นคู่สัญญามีเครือญาติกลุ่มเดียวกันเป็นเจ้าของที่แท้จริง
โดยจัดซื้อในราคาขวดละ 1,450 บาท (รวม 6,689 ขวด เป็นเงิน 9,699,050 บาท) ขณะที่การตรวจสอบราคาจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดร้อยเอ็ดและเว็บไซต์สารเคมี พบราคาเฉลี่ยเพียงขวดละ 210–220 บาท เท่านั้น ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหายคิดเป็นเงินประมาณ 8,294,360 บาท ส่วนนายวัชเรนทร์ ศิริมงคล อดีตเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ถึงแก่ความตายแล้ว จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ และให้ข้อกล่าวหาของผู้ประกอบการทางนิตินัยและเจ้าหน้าที่บางรายตกไปเนื่องจากไม่มีมูล

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ หรือโกเตี๋ยน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล พร้อมด้วย ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกียรติเจริญชัยการโยธา และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (บิดานายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย) ในฐานะผู้สนับสนุน กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.ควนโดน จ.สตูล วงเงิน 29,800,000 บาท เมื่อปีงบประมาณ 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า
จากการไต่สวนพบว่า หลังจากสิ้นสุดสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 ผู้รับจ้างดำเนินงานได้เพียง 25.79% และแม้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะมีความเห็นให้บอกเลิกจ้างมาโดยตลอดเนื่องจากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามแผนงานและมีค่าปรับจำนวนมาก แต่นายสัมฤทธิ์กลับสั่งการให้ผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาจ้างและให้ปรับแผนงานใหม่เรื่อยมาเป็นระยะเวลา 6 ปีเศษ จนกระทั่งมีการส่งมอบงานในวันที่ 23 ม.ค. 2567 ซึ่งขณะนั้นมีค่าปรับสะสมจำนวนมากเกิน 213% คิดเป็นเงิน 58,106,100 บาท ทั้งนี้ตรวจสอบพบว่า นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หุ้นส่วนผู้จัดการของ หจก. ดังกล่าว มีสถานะเป็นน้องชายของนายสัมฤทธิ์
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสุรชาติ ปักสำโรง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต. ได้แก่ นายขวัญชัย เสริฐสูงเนิน น.ส.ทัศนีญา ศิลาชัย และนางสุพิน รัตนาพันธุ์ รวมถึงเอกชนผู้สนับสนุน ได้แก่ นายกอบชัย หอมอ้ม และนายวงกต หอมอ้ม กรณีทุจริตดำเนินโครงการจ้างเหมาติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 16 โครงการ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2558-2559
ข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีการแบ่งแยกโครงการออกเป็น 16 โครงการ โดยแต่ละโครงการมีวงเงินไม่เกิน 200,000 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงวิธีประกวดราคาและให้สามารถจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีตกลงราคาซึ่งอยู่ในอำนาจอนุมัติของนายก อบต. ทั้งที่เป็นการดำเนินการในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ในขั้นตอนกำหนดราคากลางไม่มีการสืบราคาจริง และในขั้นตอนเสนอราคามีการหมุนเวียนใช้ชื่อร้านค้าและบริษัทของกลุ่มพี่น้องเครือญาติเข้ามาเสนอราคา โดยอ้างชื่อบุคคลอื่นเป็นคู่ประกบเสนอราคาโดยที่บุคคลดังกล่าวไม่ทราบเรื่อง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายคณนาถ หมื่นหนู เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง (นายคณนาถ เคยเป็นอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย) และ นายมงคล พงศ์อรุณรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท หยกเพชรพัทลุงรุ่งเรือง จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุน กรณีดำเนินจัดจ้างโครงการทำแนวเขตทะเลน้อยและปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อรองรับตลาดน้ำทะเลน้อย วงเงินราคากลาง 1,220,000 บาท เมื่อปีงบประมาณ 2555 โดยจงใจเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างจากวิธีสอบราคาเป็นวิธีพิเศษ
จากการไต่สวนพบว่า ภายหลังยกเลิกการสอบราคาเนื่องจากผู้ยื่นซองยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง นายคณนาถได้อนุมัติให้จัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ทั้งที่ไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย และได้กำหนดวันเวลายื่นเสนอราคากระชั้นชิดเพียง 3 วัน โดยไม่ได้แจ้งหนังสือเชิญผู้มีอาชีพรับจ้างโดยตรง แต่ปรากฏว่า บริษัท หยกเพชรพัทลุงรุ่งเรือง จำกัด ได้เข้ามาติดต่อยื่นใบเสนอราคาเพียงรายเดียว ขณะที่กรณีดำเนินโครงการรุกล้ำพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ป.ป.ช. ไม่รับพิจารณาเนื่องจากศาลจังหวัดพัทลุงมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยัง อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการทางวินัยหรือดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าวตามกฎหมายต่อไป


