เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายภาคส่วน แม้แต่ธุรกิจท่องเที่ยวอย่าง “แพล่องแพเธค” ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงกระทบดังกล่าวได้
นายเฉลิมชัย กระจ่างฉาย ตัวแทนผู้ประกอบการแพล่องแพเธค จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ต้นทุนหลักของการดำเนินกิจการอยู่ที่ค่าน้ำมัน โดยในการพานักท่องเที่ยวออกล่องแพแต่ละรอบ เพื่อชมความงดงามของแม่น้ำและพักผ่อนหย่อนใจ จะใช้น้ำมันเฉลี่ยประมาณ 50–60 ลิตร จากเดิมราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละราว 30 บาท แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นเกินลิตรละ 50 บาท ส่งผลให้ต้นทุนต่อรอบเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,000–1,200 บาท จากเดิมที่เคยเป็นกำไรของผู้ประกอบการ กลับกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงตรึงราคาค่าบริการไว้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจเดินทางมาพักผ่อน จึงจำเป็นต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงยังส่งผลต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งต้องเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร ต่างลดการเดินทางลงอย่างเห็นได้ชัด บางส่วนชะลอแผนการท่องเที่ยวออกไป เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่สะดวกในการจัดหาน้ำมัน ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้หายไปเกือบทั้งหมด



