นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 เม.ย. 69 นี้ กระทรวงการคลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาการเติมเงิน 100 บาท ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน 13.30 ล้านคน ใช้เงิน 1,300 ล้านบาท หาก ครม.อนุมัติ กระทรวงการคลัง พร้อมเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันทีในวันที่ 13 เม.ย. 69
ส่วนการช่วยเหลือภาคขนส่ง โดยเฉพาะกลุ่มรถบรรทุก ที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาน้ำมันนั้น กระทรวงคมนาคม จะเป็นผู้จัดทำข้อมูล โดยการช่วยเหลือกลุ่มนี้จะใช้เงินราว 1,600 ล้านบาท
นายลวรณ กล่าวต่อว่า สำหรับการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันนั้น กระทรวงการคลัง ได้เตรียมข้อมูลนำเสนอในวันที่ 11 เม.ย. 69 เช่นกัน ส่วนจะปรับลดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ครม. โดยกระทรวงการคลัง จะเปรียบเทียบข้อมูลให้รัฐบาลได้รับทราบว่า การลดภาษี 1 บาทต่อลิตร ไม่ได้แตกต่างกับการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงเสนอให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ พยุงราคาแทน
“การลดภาษีน้ำมันในภาวะวิกฤติพลังงาน และภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ หวั่นเกรงว่าจะกระทบการจัดเก็บรายได้ และเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้การจัดเก็บรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย และเมื่อเกิดวิกฤติพลังงานแล้ว ไม่อยากให้เกิดลุกลามเกิดวิกฤติการคลังของประเทศ เพราะจะซ้ำเติมเศรษฐกิจไปมากกว่านี้”
ส่วนการออก พ.ร.ก.การค้ำประกันเงินกู้ พ.ศ. …. ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง วงเงิน 150,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะนำเสนอ ครม.โดยเร็วที่สุด
นายลวรณ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมทั้งหมด ล่าสุดได้เชิญธนาคารกรุงไทยในฐานะผู้พัฒนาแอปพลิเคชันเป๋าตัง ส่วนรายละเอียดว่าจะแจกเงินเท่าใด หรือแบบเดิมหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ แต่สิ่งที่ยืนยันได้ คือ มากกว่าครั้งก่อน ทั้งจำนวนคน จากเดิมได้สิทธิ 20 ล้านคน และวงเงินที่จะได้รับจากเดิม 2,000-2,400 บาทต่อคน เนื่องจากรัฐบาลต้องการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน คาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือนพ.ค.นี้
สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใช้นั้น ขึ้นอยู่กับสำนักงบประมาณ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ในเบื้องต้น กรมบัญชีกลาง ได้สอบถามเบื้องต้นพบว่า มีงบประมาณที่สามารถนำมาใช้ราว 84,000 ล้านบาท เป็นการเกลี่ยงบประมาณ และงบประมาณที่ยังไม่ผูกเพราะยังไม่ทำสัญญา ซึ่งสำนักงบประมาณ จะต้องออก พ.ร.ก.โอนเงินงบประมาณ พ.ศ. …. ซึ่งจะนำเสนอ ครม. ในวันที่ 21 เม.ย. นี้



