สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่า กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุว่า ภายใต้เป้าหมายใหม่ที่กำหนดในปีนี้ ผู้หญิงควรมีสัดส่วน 13% ของกำลังพลในกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (เจเอสดีเอฟ) ภายในเดือน มี.ค. 2579 โดยเพิ่มขึ้นจาก 9% ในปัจจุบัน
การผลักดันการเกณฑ์ทหารดังกล่าว เกิดขึ้นในขณะที่กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงสภาพการทำงานของบุคลากรหญิง หลังมีรายงานอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งอดีตทหารหญิงนายหนึ่งใช้แพลตฟอร์ม “ยูทูบ” เพื่อแบ่งปันเรื่องราวของเธอ หลังการสอบสวนภายในกองทัพญี่ปุ่นถูกยกเลิก
“กระทรวงวางแผนที่จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของบุคลากรหญิง” กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ระบุในแถลงการณ์ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของ “สมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว”
Japan’s Defense Ministry is looking to increase the proportion of female Self-Defense Forces Personnel to 12% by fiscal 2035, a figure that would align it with the current NATO averagehttps://t.co/4yCiSQcpsf
— The Japan News (@The_Japan_News) April 7, 2026
นอกจากการขยายโอกาสสำหรับทหารหญิง กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นก็กำลังปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้หญิง ในค่ายทหารและฐานทัพแต่ละแห่ง ตลอดจนที่พักสำหรับสตรีบนเรือ
อนึ่ง รัฐบาลโตเกียวเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ และพยายามดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถเข้าสู่กองทัพมากขึ้น เนื่องจากความกังวลที่เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับความทะเยอทะยานของจีนในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่และผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่า หน้าที่อันตราย ค่าตอบแทนต่ำ และอายุเกษียณประมาณ 56 ปี เป็นอุปสรรคสำหรับชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ ในการตัดสินใจเข้าร่วมกองทัพ.
เครดิตภาพ : AFP



