เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่สมาพันธ์กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน (ม.มอร์ฟาร์ม) บ้านโปร่งแค ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายบุญธง เภาเจริญ ประมง จ.กาฬสินธุ์ ประมงอำเภอยางตลาด เกษตรอำเภอยางตลาด พัฒนาการอำเภอยางตลาด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามแปลงใหญ่ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ต.บัวบาน โดยมีนายวีระชาติ ภูโปร่ง ประธานสมาพันธ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน นายณัฐวุฒิ วิริยสถิตย์กุล หัวหน้ากลุ่มแปลงใหญ่เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบ้านตูม และตัวแทนกลุ่มแปลงใหญ่ รวมทั้งสมาชิกผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ รายย่อย ต้อนรับและรายงานสถานการณ์

นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทางจังหวัดมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่มีกำหนดจับผลผลิตกุ้งก้ามกรามจำหน่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่กลับพบว่าบรรยากาศการค้าขายค่อนข้างชะลอตัว เนื่องจากภาวะน้ำมันขาดแคลนดังกล่าว จึงส่งผลกระทบต่อระบบการค้าขายกุ้งทั้งระบบ นอกจากนี้ยังประสบกับภาวะอากาศที่ร้อนจัด ทำให้กุ้งทยอยตายอีกด้วย

นายสุวรรธณ์ กล่าวอีกว่า จากการสอบถามข้อมูลกับตัวแทนและสมาชิกผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม พบว่าปัญหาหลักๆ ที่มีความกังวลคือ การค้าขายในเทศกาลสงกรานต์อาจจะไม่คล่องตัว และเสี่ยงกับการที่กุ้งทยอยตาย ก็จะได้ปรึกษากับประมงจังหวัด โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว คณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) ในการหาแนวทางปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนพาณิชย์จังหวัด เพื่อจัดโครงการระบายกุ้งก้ามกรามออกสู่ตลาด ที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการค้าขายกุ้งก้ามกรามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ตนมั่นใจว่าการค้าขายจะคล่องตัวและขายดี เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว ซึ่งจากสถิติที่ผ่านๆ มา กุ้งก้ามกรามจะขายดีมากในทุกเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ สงกรานต์ บุญบั้งไฟตะไลล้าน หรือกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับกุ้งก้ามกราม

ด้านนายวีระชาติ ภูโปร่ง ประธานสมาพันธ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน กล่าวว่า จากปัญหาวิกฤติพลังงานดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงและค้าขายกุ้งทั้งระบบ จึงทำให้เกิดความกังวลว่าบรรยากาศการค้าขายจะฝืดเคือง และกุ้งในบ่อที่รอจับจำหน่าย จะทยอยตายลงทุกวัน ซึ่งต้องขอขอบคุณนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร์ ผวจ.กาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่แสดงความห่วงใยและจะดำเนินการในประเด็นที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการขยายเวลาปิดน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว รวมทั้งจะดำเนินการจัดหาตลาดจำหน่ายในรูปแบบมหกรรมกุ้งก้ามกราม ที่จะมีขึ้นในโอกาสต่อไป

“ทุกปีที่ผ่านมา ในเทศกาลสงกรานต์ การค้าขายกุ้งก้ามกรามจะขายดีมาก และกุ้งในบ่อที่เหลืออยู่ก็จะไม่หนาแน่น ถึงแม้อากาศจะร้อนหรือโครงการชลประทานฯ จะปิดน้ำหลังเทศกาลสงกรานต์ 1 เดือนก็ไม่ส่งผลกระทบ แต่หากเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ไม่สามารถจับกุ้งจำหน่ายได้เพราะวิกฤติพลังงานดังกล่าว กุ้งที่มีอยู่ในบ่ออย่างหนาแน่นและได้อายุจับจำหน่าย ก็อาจจะน็อกตายได้ ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ ตนและสมาชิกผู้เลี้ยงกุ้ง คาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดเพียง 50% ดังนั้นจึงอยากให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ 2 ประเด็นคือร่นระยะปิดน้ำหลังเทศกาลสงกรานต์ จาก 2 เดือนเป็น 1 เดือน และจัดตลาดจำหน่ายกุ้งก้ามกรามโอกาสต่อไป เพื่อที่จะได้มีช่องทางจำหน่ายสินค้า ก็จะเป็นทางออกและทางรอดให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้เป็นอย่างดี” นายวีระชาติ กล่าวในที่สุด



