สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ว่าในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ เมื่อถูกถามถึงแนวโน้มกำไรไตรมาสแรกของปีนี้ เอ็กซอนโมบิลระบุว่า การพุ่งขึ้นอย่างฉับพลันของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ มักส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลกำไร โดยอ้างถึงวิธีการประเมินมูลค่าสินค้าคงคลังน้ำมัน ตามกฎการบัญชีของสหรัฐ
บริษัทระบุถึงสงครามตะวันออกกลางว่า เป็นผลกระทบด้านจังหวะเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งจะกลับตัวได้ในอนาคต โดยหากไม่รวมผลกระทบทางบัญชีเหล่านี้ บริษัทคาดว่า กำไรต่อหุ้นจะสูงกว่าตัวเลขในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568
Exxon Mobil says 6% of its global first-quarter production was knocked out as the US-Israel war on Iran paralyzed much of the Persian Gulf energy industry https://t.co/XYGLeLdxMn
— Bloomberg (@business) April 8, 2026
ในขณะเดียวกัน ผลกระทบต่อโรงงานในกาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จะลดปริมาณการผลิตน้ำมันเทียบเท่าทั่วโลกลงประมาณ 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว
นอกจากนั้น บริษัทยังกล่าวถึงการโจมตีโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว 2 แห่งในกาตาร์ ที่เอ็กซอนโมบิลมีส่วนร่วมอยู่
เอ็กซอนโมบิลกล่าวว่า ความเสียหายต่อโรงงานจะต้องใช้เวลานานในการซ่อมแซม และจนกว่าจะมีการประเมินในพื้นที่ บริษัทไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระยะเวลา ที่จะสามารถกลับมาดำเนินการตามปกติได้
บริษัทคาดการณ์ว่า ผลผลิตผลิตภัณฑ์พลังงานทั่วโลกจะลดลงประมาณ 2% เนื่องจากการหยุดชะงักในตะวันออกกลาง.
เครดิตภาพ : AFP



