เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม  เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลประเด็นเกี่ยวกับน้ำมันและพลังงานนั้นนายกฯพูดชัดเจนว่าจะบริหารจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน ซึ่งตนอยากให้ผู้เกี่ยวข้องกับนโยบายเหล่านี้ให้ศึกษาบทเรียนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตนย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะราคาน้ำมันแพง แต่คือน้ำมันขาดแคลน ซึ่งอันตรายมากหากบริหารจัดการผิดพลาด มันคือการปล้นน้ำมันของชาติ ที่ผ่านมารัฐบาลเพิ่มราคาน้ำมัน 8 ครั้ง รวม 20.60 บาท จาก 29.94 บาท ไปสู่ 50.54 บาท เป็นการปรับขึ้นด้วยความรวดเร็ว แต่ใช้เวลา 2 วันประชุมลดราคา แค่นี้ก็ไม่เป็นธรรมกับประชาชนแล้ว

หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้มีการตั้งข้อสงสัยว่ามีการโกงน้ำมันหรือไม่ เรื่องนี้จำเป็นจะต้องรู้ถึงห่วงโซ่อุปทานของน้ำมัน น้ำมันดิบเข้าโรงกลั่น เข้าสู่ผู้ค้ารายใหญ่ตามมาตรา 7 ก่อนจะเข้าสู่ลูกค้าปลายทาง ซึ่งน้ำมันดิบที่เข้าโรงกลั่นจะได้ดีเซลพื้นฐาน คือน้ำมันดีเซล 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วส่งออกไปยังประเทศเมียนมาและลาว ขณะที่ส่วนหนึ่งถูกส่งให้โรงไฟฟ้าและเรือเดินสมุทร  หลังจากนี้น้ำมันจะถูกส่งผู้ค้ารายใหญ่ 3 เส้นทางคือทางเรือ ทางรถ และท่อ หลังจากนั้นผู้ค้ารายใหญ่แล้วเติมไบโอดีเซลเพื่อเป็นดีเซลหมุนเร็ว (B7) แต่มีรายงานน้ำมันหายไปที่สุราษฎร์ธานี 57 ล้านลิตร เกิดขึ้นในกระบวนการที่น้ำมันดิบไปถึงโรงกลั่น ถ้ารัฐบาลจริงจังในการปราบปราม ท่านต้องดูว่าโรงกลั่นส่งให้ใคร ซึ่งลูกค้ารายใหญ่ก็มีอยู่ไม่กี่ราย ไม่ต้องไปหาที่อื่นให้ซับซ้อนแค่นี้ก็รู้แล้วว่าไอ้โม่งคือใคร

“ผมจึงย้ำว่าปัญหาเกิดขึ้นจากคลังจ่าย ที่ผู้ค้ารายใหญ่ตามมาตรา 7 ไม่ต้องไปหาที่อื่น คลังไม่จ่ายน้ำมันให้กับรถขนน้ำมัน ปั๊มก็ไม่มีขายให้กับประชาชน แต่ยังต้องขอบคุณนายกฯ ท่านแถลงวันที่ 3 เม.ย.ว่า ปริมาณน้ำมันที่ใช้ปกติภาพรวม 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่กลับพบการใช้สูง 80 กว่าล้านลิตร โผล่มาจากไหนกว่า 20 ลิตร ท่านสันนิษฐานถูกแล้ว แต่ช้าไป และสร้างความเสียหายให้กับประชาชนแล้ว” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ตนได้ทำการเปรียบเทียบปริมาณน้ำมันที่ส่งไปยังปั๊มน้ำมัน เดือนมี.ค.2569 เทียบกับฐานเดือนม.ค.2569 มีการสั่งจ่ายน้ำมัน 57.3 นั้นมีความคล่องตัว คำถามคือน้ำมันที่โผล่ขึ้นมาเพิ่มเป็น 70 ล้านลิตร สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่าเพราะประชาชนประหยัดน้ำมัน แต่ตนมองว่าเป็นเพราะกระบวนการทุจริตน้ำมันชาติหยุดทำงานแล้ว อย่างไรก็ตาม จากการตั้งสันนิษฐานโดยเอาค่าเฉลี่ยน้ำมันที่โป่งขึ้นมา และน้ำมันที่หายไปวันที่ 16 -30 มี.ค. และวันที่ 2,3,4 เม.ย. มาเทียบพบว่ามีน้ำมันโป่งขึ้นมาแล้วหายไป เพราะประชาชนยังต้องรอเติมน้ำมัน 635.778 – 727.654 ล้านลิตร ขอถามว่าน้ำมันเหล่านี้หายไปไหน ตนถือว่านี่คือการโกง การทุจริตเกิดขึ้นในกระบวนการน้ำมัน

“นี่คือการโกง เป็นไปไม่ได้ที่คนดูแลระบบนี้จะไม่รู้เรื่อง แล้วปล่อยให้มีการทุจริตโกงชาติบ้านเมืองสร้างความทุกข์ยากให้ประชาชน ผมเคยอภิปรายเรื่องโครงการรับจำนำข้าวจีทูจี เมื่อไม่มีการส่งข้าวไปยังประเทศจีน ก็จะเท่ากับเป็นจีทูจีเก๊ วันนี้น้ำมันจากคลังต่างๆ ไม่ส่งไปยังปั๊มน้ำมัน ก็ถือว่านี่ถือว่าน้ำมันดีเซลเก๊ รัฐบาลต้องตรวจสอบและชี้แจงกับประชาชน”นพ.วรงค์ กล่าว

หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า ส่วนนโยบายการปราบปรามการทุจริต นายกฯพูดชัดเจนว่าพูดแล้วทำ ซึ่งก่อนหน้านี้ นายกฯ เคยบอกว่าผู้ช่วยสส.ของพรรคภูมิใจไทยมีจำนวนมากเกินไป แต่นายกฯ พูดแล้วทำไมจึงไม่เป็นผู้นำในการลดจำนวนผู้ช่วยของสส. จาก 8 คน เหลือ 3 คน ซึ่งตนทำแล้ว เชื่อว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณในภาพรวมอย่างน้อยปีละเกือบ 800 ล้านบาท  วันนี้น้ำมันแพง ข้าวยากหมากแพง สร้างความลำบากให้ประชาชน ประชาชนโกรธเคือง ยิ่งถ้ามาฟังปัญหาการทุจริตน้ำมัน มีน้ำมันเก๊เกิดขึ้น ประชาชนโกรธเคืองอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่จะผ่อนหนักให้เป็นเบาสำหรับนายกฯ คือ ขอให้ท่านเป็นผู้นำในการตัดสินให้ยกเลิกบำนาญสส.-สว. ซึ่งตนเชื่อว่าเงินเหล่านี้จะมาจุนเจือช่วยเหลือประชาชนได้

“ผมหวังดี อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ผมตรงไปตรงมา ท่านทำดี ผมก็ชม อันไหนท่านทำไม่ดี อย่างเรื่องน้ำมัน ผมก็บอกมาตรงไปตรงมาว่ามีการโกงเกิดขึ้น ท่านต้องรีบดำเนินการ ดังนั้นอะไรที่ผมแนะนำให้ท่านฟังเชื่อว่าท่านจะอยู่ได้ 4 ปี แต่ถ้าอะไรที่ผมแนะนำแล้วท่านไม่ไว้วางใจ กังวลใจ ไม่ใส่ใจ ไม่แยแส ผมว่ารัฐบาลท่านจะอยู่ได้ไม่นาน”นพ.วรงค์ กล่าว.