นาย ภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด พร้อมด้วยบริษัทในกลุ่ม บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด ได้ การเข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีในงาน Offshore Technology Conference Asia (OTC Asia)2026 ณ Kuala Lumpur Convention Centre (KLCC) ประเทศมาเลเซีย โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอยานยนต์สำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ  คือ  XPLORER จากฝีมือการพัฒนาของ ROVULA และ เทคโนโลยี Inspection ทางอากาศ โดย SKYLLER SOLUTIONS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบ มาเพื่อรับมือกับความท้าทายในงาน Inspection ของอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซโดยเฉพาะ

“บริษัท สามารถนำเทคโนโลยีเข้า ไปเจาะตลาดในประเทศมาเลเซียได้เป็นผลสำเร็จตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเดินหน้า ขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับโซลูชันให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

จุดเด่นที่ทำให้ XPLORER พลิกโฉมวิธีการทำงานแบบเดิม คือความสามารถในการช่วยลดต้นทุนการปฏิบัติงาน เนื่องจากสามารถทำงานร่วมกับเรือสนับสนุนสเปกที่เล็กลงในระดับ DP1 ได้ จากเดิมที่การสำรวจใต้ทะเลทั่วไป จำเป็นต้องใช้หุ่นยนต์แบบมีสาย (ROV) ควบคู่กับเรือขนาดใหญ่ระดับ DP2 ซึ่งมีค่าเช่ารายวันที่สูงมากและเป็นต้นทุน หลักของโครงการ” 

นาย ภัคชนม์ กล่าวต่อว่า  นอกจาก ROVULA แล้ว ยังมี SKYLLER SOLUTIONS อีกหนึ่งในกลุ่มบริษัท ARV นำเสนอเทคโนโลยี Inspection ทางอากาศ เพื่อยกระดับการตรวจสอบและการจัดการข้อมูลสู่ความแม่นยำขั้นสูง ช่วยให้เจ้าของสินทรัพย์ สามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว แม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความสมบูรณ์ของสินทรัพย์ในระดับอุตสาหกรรม ประกอบด้วย:

• Drone Inspection Solutions: การตรวจสอบพื้นที่อันตรายและเข้าถึงยากด้วยโดรน

• Gas Emission Monitoring: การตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซผ่านโดรน เซ็นเซอร์ และดาวเทียม

  • Skyller Platform: แพลตฟอร์มสำหรับการตรวจสอบสินทรัพย์ (Asset Inspection)ที่ช่วยรวบรวมและจัดการข้อมูลที่ได้จากหน้างาน พร้อมวิเคราะห์ผลด้วย AI เพื่อแปลงข้อมูลให้เป็นข้อมูลเชิงลึก (actionable insights) และแสดงผล

นอกเหนือจากการนำเสนอนวัตกรรมแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือเวทีสัมมนาอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค ซึ่ง         นาย มิลินท์ จีวาภัสร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ได้ร่วมเวทีสัมนาในหัวข้อ “Autonomous Horizons: Harnessing Digital Innovation for Offshore Operations and Monitoring” ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ Microsoft, TotalEnergies และ GE Vernova โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน นอกชายฝั่ง ทั้งในมิติของการตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการติดตามสถานะสินทรัพย์ เพื่อเพิ่มความพร้อมใช้งาน และลดความเสี่ยงในการทำงาน

นาย มิลินท์ จีวาภัสร์ กล่าวว่า การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้งาน ไม่ใช่การนำเครื่องจักรมาแทนที่มนุษย์ แต่คือการดึง คนออกมาจากพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางทะเลนั้นคาดเดาได้ยาก เทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพ จะต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดและแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมจนคุ้มค่าต่อการลงทุนเพื่อลดต้นทุนอย่างแท้จริง เช่นงานตรวจสอบแนวท่อที่เป็นงานประจำ เราสามารถมอบหมายให้ระบบอัตโนมัติอย่าง XPLORER ดูแล เพื่อให้บุคลากรนำเวลาและข้อมูลที่ได้ ไปทุ่มเทให้กับการวิเคราะห์และตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญมากกว่า

“อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Xplorer ประสบความสำเร็จก็คือการมีพันธมิตร (Partner) ที่แข็งแกร่งและเปิดโอกาสให้มีการนำเทคโนโลยีไปใช้ปฏิบัติงานในสถานที่จริง ซึ่งถือเป็นส่วนที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง” นายมิลินท์ กล่าว