สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานเม็ดพลาสติกทั่วโลก จนเกิดเป็น “วิกฤติบรรจุภัณฑ์” ในมาเลเซีย ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ตามคำเตือนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม


ทั้งนี้ สงครามส่งผลให้การขนส่งเคมีภัณฑ์หยุดชะงัก นำไปสู่การขาดแคลนอย่างหนักของเม็ดพลาสติกประเภท พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต หรือ เพต Polyethylene Terephthalate (PET) ซึ่งเป็นวัสดุหลักของการผลิตขวดน้ำและบรรจุภัณฑ์อาหาร


ขณะที่มีรายงานว่า บรรดาผู้บริโภคในมาเลเซียเริ่มสังเกตว่า ผลิตภัณฑ์นมสดบรรุจขวดหลายยี่ห้อเริ่มหายไปจากตลาด ซึ่งบรรดาผู้ผลิตออกมาชี้แจงว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจาก “นมบรรจุขวดขาดแคลน” แต่เป็นเพราะ “ขวดพลาสติกขาดแคลน” ยิ่งตอกน้ำว่า สงครามอิหร่านส่งผลกระทบจริง ทำให้ราคาต้นทุนสูงขึ้นและจัดหาขวดได้ยาก จนบริษัทต้องปรับเปลี่ยนแผนการผลิตไปใช้กล่องกระดาษหรือบรรจุภัณฑ์รูปแบบอื่นแทน


ยิ่งไปกว่านั้น การขาดแคลนบรรจุภัณฑ์พลาสติกในมาเลเซียกำลังลุกลามไปถึงสินค้าอื่น ๆ ที่ต้องพึ่งพาพลาสติก เช่น น้ำมันพืช แชมพู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และเครื่องดื่ม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้ผู้ผลิตมีสินค้าพร้อมจำหน่าย แต่หากไม่มีบรรจุภัณฑ์ที่เพียงพอ ผู้ผลิตก็ไม่สามารถรับประกันความสดใหม่หรือกระจายสินค้าได้ ทำให้ “บรรจุภัณฑ์” กลายเป็น “คอขวดของห่วงโซ่อุปทาน”


นับตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง ราคาเม็ดพลาสติกในเอเชียพุ่งสูงขึ้นแล้ว 15% ถึง 40% ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตขวดพลาสติกเพิ่มขึ้นถึง 30%.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES