นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมหารือกับบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยภายในประเทศ เพื่อรับทราบสถานการณ์การนำเข้าแม่ปุ๋ยจากต่างประเทศ จากผลกระทบกรณีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น รวมทั้งได้เร่งหารือแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างภาครัฐและเอกชน  ปัจจุบันมีเรือขนส่งปุ๋ยของผู้ประกอบการที่ลอยลำอยู่ในน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซ  3 ลำ หรือประมาณ 250,000 ตัน ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการรอการขนส่ง ส่วนสถานการณ์ปุ๋ยในประเทศไทยมีปริมาณปุ๋ยสำรองอยู่ 900,000 ตัน ซึ่งคาดว่าเพียงพอต่อความต้องการใช้ในขณะนี้

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปริมาณใช้ปุ๋ยในประเทศในสถานการณ์ปกติมีความต้องการจำนวน 6 ล้านตัน โดยขณะนี้มีสำรองในสต๊อก  9 แสนตัน และจะนำเข้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 1 ล้านตัน เพื่อให้เพียงพอสำหรับฤดูกาลผลิตในเดือน พ.ค. ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรได้เดินหน้านโยบายทันที โดยได้เจรจากับผู้ประกอบการผลิตกระสอบปุ๋ยที่ได้รับผลกระทบและมีราคาสูงขึ้น ภายหลัง กรมวิชาการเกษตรได้ประกาศให้ใช้วัสดุอื่นทดแทนพลาสติกได้ อาทิ กระดาษอัด ก็ส่งผลให้ราคาพลาสติกลดลงทันที เป็นต้น

ด้านนายมนัส เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า ผู้ประกอบการยืนยันไม่ขึ้นราคาปุ๋ย และปุ๋ยสูตรอื่นไม่ขาดแคลนแน่นอน ซึ่งมีความยินดีที่จะร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ จับมือเป็นทีมไทยแลนด์เพื่อหาทางออกให้เกษตรกรร่วมกัน ทั้งการหารือมาตรการราคาปุ๋ย การหาปุ๋ยสูตรทดแทน และแนวทางอื่นๆ เพิ่มเติม

น.ส.วรัญญา บุญญาวิวัฒน์ นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย กล่าวว่า การเจรจาร่วมกันกับภาคเอกชนถือเป็นการหาทางออกใหม่ๆ ร่วมกัน ซึ่งภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ นอกจากนี้มาตรการอำนวยความสะดวกในการนำเข้าปุ๋ยจะช่วยย่นระยะเวลาให้เร็วขึ้น สถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลายเร็วขึ้น