สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน เกี่ยวกับกรณีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ “ไอโฟน” ตกเป็นเป้าหมายของขบวนการต้มตุ๋นที่กำลังแพร่ระบาด ซึ่งเว็บไซต์รีวิวสินค้าและบริการพร้อมการวิจัยข้อมูลชื่อดังจากสหรัฐอย่าง Customer Affairs ได้ออกมาแจ้งเตือนว่า มิจฉาชีพกลุ่มนี้ใช้วิธีส่งข้อความลวง เช่น “แจ้งเตือนการฉ้อโกงในระบบแอปเปิลเพย์” ควบคู่ไปกับการใช้โทรศัพท์กดดันเหยื่ออย่างหนัก เพื่อล่อลวงให้เหยื่อโทรฯ กลับไปหาและหลอกขอข้อมูลส่วนตัว โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การโอนถ่ายเงินจนหมดบัญชี

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของเหยื่อรายหนึ่ง รายงานระบุว่า เหยื่อได้รับข้อความเตือนเกี่ยวกับยอดชำระเงินแอปเปิลเพย์ที่น่าสงสัย และถูกเร่งเร้าให้โทรฯ ไปยังหมายเลขที่ระบุไว้เพื่อขอความช่วยเหลือ 

เมื่อเธอโทรฯ ไปก็หาบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวน อีกฝ่ายก็หลอกล่อจนเธอหลงเชื่อและเตรียมถอนเงินสดจำนวน 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 482,385 บาท) ออกจากบัญชี โชคดีที่พนักงานธนาคารไหวตัวทันและสั่งให้เธอวางสายทันที

เทคนิคที่มิจฉาชีพเหล่านี้ใช้คือการทำให้เหยื่อรู้สึกว่าตกอยู่ในสถานการณ์เร่งด่วนและฝ่ายมิจฉาชีพที่ผู้ที่อำนาจสั่งการ โดยฉวยโอกาสจากความกลัวของเหยื่อเมื่อได้ยินว่าตนเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริต การโจรกรรม หรือปัญหาทางกฎหมาย ข้อความแจ้งเตือนปลอมส่วนใหญ่มักระบุว่า มีบุคคลอื่นพยายามซื้อสินค้าผ่านบัญชีผู้ใช้ของเหยื่อแต่ไม่สำเร็จ บัญชีผู้ใช้ถูกล็อก หรือกำลังถูกตรวจสอบ และจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขโดยด่วนที่สุด

ทางเว็บไซต์ Consumer Affairs ระบุว่า หากเหยื่อหลงเชื่อโทรฯ ไปยังหมายเลขดังกล่าวหรือคลิกลิงก์ที่ส่งมาพร้อมข้อความ จะถูกเชื่อมต่อไปยังมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นพนักงานฝ่ายดูแลลูกค้าของบริษัทแอปเปิล พนักงานธนาคาร หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยคนร้ายมักจะนำข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของเหยื่อมาอ้างถึงเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ก่อนจะอ้างว่าเงินของคุณกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงและบีบให้รีบกระทำการบางอย่างเพื่อ “ปกป้อง” เงินเหล่านั้น

ขบวนการต้นตุ๋นเหล่านี้มักจะสั่งให้เหยื่อโอนย้ายเงินไปยัง “บัญชีที่ปลอดภัย” โดยถอนเงินสดออกมา หรือโอนเงินผ่านแอปเปิลเพย์, แอปเปิลแคช หรือส่งในรูปบัตรของขวัญ เป้าหมายหลักของมิจฉาชีพคือการทำให้เหยื่อเป็นผู้กดอนุมัติการโอนเงินด้วยตนเอง เพราะเมื่อทำรายการสำเร็จแล้ว จะติดตามเงินคืนได้ยากมาก 

ทางเว็บไซต์ยังเตือนว่า บริษัทแอปเปิลไม่มีนโยบายส่งข้อความแจ้งให้ลูกค้าโทรฯ หาพนักงานฝ่ายดูแลลูกค้าหรือขอข้อมูลที่เป็นรายละเอียดส่วนบุคคล

ผู้เชี่ยวชาญยังเน้นย้ำถึงสัญญาณอันตรายที่ควรสังเกต เช่น จู่ๆ ก็ได้รับข้อความเกี่ยวกับแอปเปิลเพย์ เมื่อติดต่อพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ก็ถูกกดดันให้รีบดำเนินการ การสั่งให้โอนเงินหรือสั่งให้โกหกพนักงานธนาคาร รวมถึงการขอรหัสผ่านหรือข้อมูลส่วนตัว 

วิธีป้องกันเบื้องต้นเมื่อได้รับข้อความที่น่าสงสัยก็คือ อย่าคลิกลิงก์หรือโทรฯ กลับหมายเลขในข้อความ แต่ควรตรวจสอบความผิดปกติผ่านแอปพลิเคชันโดยตรงหรือติดต่อธนาคารผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น และหากพบว่าตนเองตกเป็นเป้าหมาย ให้แจ้งบริษัทหรือธนาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อระงับธุรกรรมทันที

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : REUTERS