เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ท่าเรือแสงทองค้าข้าว เลขที่ 70-72 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. ซึ่งใช้เป็นท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ของบริษัทเอกชน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เจ้าหน้าที่ บช.ปส. พร้อมเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหาร ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายเอกสิทธิ์ อายุ 37 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์, นายณัฐวรรธน์ อายุ 26 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี, นายเมษา อายุ 25 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี และนายนพรัตน์ อายุ 31 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางยาไอซ์ 1,970 กิโลกรัม รถกระบะตู้ทึบอีซูซุ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บร 682 สระแก้ว และรถตู้โตโยต้า คอมมูเตอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 1 นญ 5261 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมได้ภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ก่อนถึงท่าเรือเฟอร์รี่ ประมาณ 50 เมตร ขณะกำลังจะขับรถขนยาไอซ์ เพื่อเดินทางไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากฝ่ายสืบสวน บช.ปส.และเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหาร เฝ้าติดตามสืบสวนขบวนการค้ายาเสพติด จ.ปราจีนบุรี ที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาขึ้นเรือเฟอร์รี่ ปลายทางที่เกาะสมุย โดยแก๊งนี้จะแบ่งหน้าที่กันทำงาน นายเอกสิทธิ์ จะขับรถตู้นำ คอยสังเกตด่านตรวจ นายณัฐวรรธน์ ขับรถกระบะตู้ทึบพร้อมมีทีมงานอีก 2 คน นั่งไปเป็นเพื่อนขึ้นไปรับยาไอซ์ทั้งหมดมาจาก จ.ลพบุรี ก่อนนำไปพักไว้ที่บ้านของ นายเมษา ที่ จ.ปราจีนบุรี

จากนั้นจะขับรถมาจอดภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ใกล้ท่าเรือเฟอร์รี่ดังกล่าว มีการโทรศัพท์จองเรือกลางดึกก่อนที่เวลาบริษัทเรือจะปิดรับจองเพียงไม่กี่นาที โดยระบุว่าจะฝากไปแค่รถกระบะตู้ทึบเท่านั้น ในราคา 2,500 บาท แต่แก๊งนี้จะนั่งแท็กซี่ไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง เพื่อขึ้นเครื่องบินไปรอที่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเรือจากกรุงเทพฯ ไปส่งคนที่เกาะสมุยแล้วจะมาแวะที่ท่าเรือดังกล่าว กลุ่มผู้ต้องหาจะมาขับรถคันดังกล่าว ลงไปส่งให้กับผู้รับอีกทอดหนึ่งที่ จ.พัทลุง และจะกระจายลงสู่ภาคใต้ตอนล่างต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ขบวนการนี้ มักใช้โอกาสในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีประชาชนเดินทางจำนวนมากลำเลียงของลงเรือเฟอร์รี่ไปยังปลายทาง ที่ผ่านมาคนขับรถนิยมใช้เส้นทางถนนเป็นหลัก ซึ่งทางลงใต้จะมีด่านใหญ่อยู่ช่วงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร เมื่อตำรวจกวดขันจับกุมหนักก็พยายามหาช่องทางอื่น

ขณะที่ พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า พฤติกรรมคนร้าย ทราบว่าทำมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นปราจีนบุรี เครือข่ายนี้ถูกจับดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง เชื่อว่าการขนแต่ละครั้ง จะมียาหลักพัน กก. ต้องมีการตรวจสอบย้อนหลัง โดยเฉพาะวิธีการขนส่งทางเรือ จากการสอบสวนนายเอกสิทธิ์ ให้การว่า ไปรับยาไอซ์ทั้งหมดมาจาก จ.ลพบุรี โดยตนจะเป็นคนขับรถตู้นำสำรวจเส้นทาง โดยปลายทางจะอยู่ที่ท่าเรือเฟอร์รี่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี โดยจะขับรถลงไปส่งให้กับลูกค้า ซึ่งลูกพี่จะเป็นคนบอกเองว่าให้เอาไปส่งที่ใดใน จ.พัทลุง หากเสร็จภารกิจจะได้ค่าตอบแทนคนละ 1 แสนบาท เคยใช้วิธีนี้มาทั้งหมด 7 ครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางนำส่ง บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะขยายผลให้ถึงต้นทางต่อไป.