เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานอัยการภาค 1 อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธิติ คุ้มรักษ์ อธิบดีอัยการภาค 1 ได้จัดให้มีการประชุม เพื่อรับมอบนโยบายและข้อสั่งการสำหรับอัยการจังหวัดที่โยกย้ายเข้ามารับราชการ ในเขตพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 1 ในวาระการโยกย้าย 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยในช่วงเช้ามีกิจกรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นสิริมงคล แก่เหล่าข้าราชการและเหล่าข้าราชการธุรการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 1

นางสาวอัจฉรา ศรีฉ่ำ อัยการจังหวัดนนทบุรี นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี นายสมสินธ์ สุดสายธรรม อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวนนทบุรี นายไพบูลย์เจียรนัยกุลกนก อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนนทบุรี พร้อมอัยการจังหวัดภายในพื้นที่ภาค 1 และผู้อำนวยการภายในภาค ได้เข้าร่วมรับฟังนโยบาย

นายธิติ ได้มอบนโยบาย เกี่ยวกับการบริหารจัดการความยุติธรรมแก่ประชาชน เกี่ยวกับการจัดการสำนวนคดีค้าง เเละการเตือนให้พนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนเพิ่มเติม หรือการเรียกพยานมาซักถาม การเร่งรัดสั่งสำนวนคดี กรณีมีประกัน หากครบกำหนด 6 เดือน แล้วจะขออนุญาตไม่ฝากขังจะพิจารณาเป็นรายกรณีไป โดยการมอบนโยบายของ อธิบดีอัยการภาค 1 นั้น ได้มีการยึดโยง กับแนวนโยบาย ของอัยการสูงสุด เร่งรัดให้มีการดำเนินคดี มิให้เกิดความล่าช้า เนื่องจากความยุติธรรมที่ล่าช้า มีความอยุติธรรม

นายธีระวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานแรงงานภาค 1 ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินคดีแพ่ง ได้ให้แนวทางในการปฏิบัติราชการ เกี่ยวกับการดำเนินคดีแพ่ง ในบทบาทการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ว่า ขอให้ อัยการจังหวัดช่วยตรวจตราและสอดส่องอัยการ ในสำนักงาน ที่รับสำนวนคดีแพ่งเข้ามาดำเนินการ ว่าต่างหรือแก้ต่างให้หน่วยงานของรัฐ โดยพนักงานอัยการ เร่งรัด การพิจารณาและ การสั่งคดี หากเห็นว่าคดีจะขาดอายุความ หรือมีข้อเสียเปรียบในการดำเนินคดี ให้ พนักงานอัยการรีบทำความเห็น และรีบแจ้งฐานะคดีในคดีแพ่งให้ตัวความ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐทราบ ทั้งนี้หากพนักงานอัยการดำเนินคดีเสร็จสิ้นแล้ว ต้องเร่งรัดล้างบัญชี การยืมเงินทดรองในสำนวนคดีแพ่ง อย่าให้สำนวนมีความคั่งค้าง หากอัยการผู้รับผิดชอบคดีโยกย้ายไป ต้องทำการส่งมอบ สำนวนและล้างบัญชีให้เสร็จสิ้น พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาและช่วยเหลือ น้องๆอัยการในการปฏิบัติงาน

ส่วน นายวัฒนา ชั้นบุญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค 1 ได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการร่างฟ้องให้ตรงกับฐานความผิด โดยยกตัวอย่างคดีขับรถในขณะเมาสุรา โดยมีใบอนุญาตหรือไม่มีใบอนุญาต ให้อัยการจังหวัดตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตให้เป็นที่เรียบร้อยและทำความเห็นในสำนวนคดีเข้ามาด้วย เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดผิดหลง ขณะ ขออนุญาตฟ้อง

โดยพนักงานอัยการในภาค 1 รวมถึงในจังหวัดนนทบุรี ที่มีนางสาวอัจฉรา อัยการจังหวัดนนทบุรี เเละนายเทพประทานพร อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงเเละอัยการจังหสัดอีก2 คน พร้อมรับนโยบาย จากเพื่อนำไปขับเคลื่อน แก่ประชาชนชาวให้ได้รับความยุติธรรม โดยเสมอภาคเท่าเทียมกัน พร้อมทั้งลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง บริการความยุติธรรมของสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้ประชาชน มีความ สุขสงบและปลอดภัย ต่อไป

ทั้งนี้หลังการประชุมมอบนโยบายเสร็จสิ้นแล้ว ได้จัดให้มีกิจกรรม รดน้ำดำหัว ท่านอัยการอาวุโสและท่านผู้บริหาร ในสำนักงาน อัยการภาค 1 เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม ในงานเทศกาลสงกรานต์ต่อไป