จากกรณีที่ “เดลินิวส์” ได้รับภาพและคลิปและนำเสนอข่าวกรณีที่มีชายฉกรรจ์ประมาณ 30 คน พร้อมเครื่องจักรไปรวมตัวกันและเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านพักหรู อาคารร้านอาหารขนาดใหญ่ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ บริเวณโดยรอบบึงหรือลำห้วยสาธารณประโยชน์ (พรุมัด) หมู่ 3 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช อย่างมีพิรุธ ว่าเร่งรีบในการรื้อถอนทำไม ซึ่งมูลค่าสิ่งที่รื้อถอนทั้งหมดประมาณ 10-20 ล้านบาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากกรณีที่ชาวบ้านจิตอาสาในพื้นที่รวมตัวกันร้องเรียน สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 8 ให้ตรวจสอบ ซึ่งนายทุนเกรงกลัวความผิด จึงว่าจ้างบริษัทรับเหมาเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อาคาร เพื่อปิดบังซ่อนเร้น ทำลายหลักฐาน โดยล่าสุดผู้ถูกร้องได้ชี้แจงว่าได้รื้อสิ่งปลูกสร้างก่อนที่ ป.ป.ช. จะรับเรื่องร้องเรียน และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งทาง ป.ป.ช. แจ้งผู้ร้องว่า จะลงพื้นที่ตรวจสอบในวันที่ 16-17 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังร้องเรียนว่าบุคคลกลุ่มเดียวกันยังบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ และการบุกรุกหรือกระทำผิดอื่น ๆ จนได้ชื่อว่า “อาณาจักรช่องเขา” เทียบเท่าการบุกรุกเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ โดยผู้ร้องได้ยื่นเรื่องร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐทุกสังกัดทุกระดับอีกด้วย แต่หลังจากนั้นเรื่องได้เงียบหายไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะ ได้เดินทางลงตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียน ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (6 พ.ค. 69) และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาตามเรื่องร้องเรียน การบุกรุกที่สาธารณะสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน ร่วมกับนายอนันต์ ด่านสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ฝ่ายปกครองอำเภอทุ่งสง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง กรณีร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติน้ำโยง และเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยในการประชุมและลงตรวจสอบครอบคลุมทุกเรื่องที่มีการร้องเรียน ประกอบด้วยกรณีไม่ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่บุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างถาวร ทำเป็นบ้านพัก สวนทุเรียน และร้านอาหารชื่อ “สวนอาหารบ้านช่องเขา” บริเวณพิกัด 8.138891, 99.769492 และบริเวณพิกัด 8.138883, 99.770773 พื้นที่ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของป่าและพันธุ์ไม้ กรณีออกเอกสารสิทธิให้แก่เอกชนทับซ้อนกับเขตพื้นที่ป่าและที่สาธารณประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกรณีร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง กรณีไม่ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับเอกชนที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ของ ส.ป.ก. โดยเอกชนรายดังกล่าว ได้ดำเนินการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศและสถานประกอบการสวนอาหารเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล

รวมทั้งกรณีปลูกสวนทุเรียน ซึ่งอาจเป็นการใช้สิทธิผิดประเภทหรืออาจมีการครอบครองพื้นที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และกรณีขุดบ่อดินและเปลี่ยนสภาพพื้นที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งอาจมีการนำทรัพยากรดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ กรณีออกเอกสารสิทธิในที่ดินให้แก่เอกชนทับซ้อนพื้นที่ในเขตป่าและที่สาธารณประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และกรณีไม่ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่บุกรุกที่สาธารณประโยชน์ ลำห้วย และลำเหมืองสาธารณะโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ผลการประชุมหารือและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า 1.กลุ่มอาคารประมาณ 5 หลัง ที่บุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน “พรุมัด” ตามกรณีเรื่องร้องเรียน นายอนันต์ ด่านสกุล นายกเทศมนตรีตำบลถ้ำใหญ่ได้กล่าวยอมรับในที่ประชุมว่า ตนเองเป็นผู้รื้อถอนด้วยตนเอง และอาคารดังกล่าวสร้างมาประมาณ 20 ปีเศษแล้ว ใช้รองรับการทำกิจกรรมของจังหวัด นครศรีธรรมราช และอำเภอทุ่งสง มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารสำเร็จแล้ว นายอำเภอต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย นายกเทศมนตรีตำบลถ้ำใหญ่ ขอให้อำเภอทุ่งสงไปเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีด้วย เนื่องจากระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ บังคับให้ต้องเข้าไปร้องทุกข์กล่าวโทษ

2.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง ดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ “พรุมัด” ตามกรณีเรื่องร้องเรียนว่ารุกล้ำที่สาธารณประโยชน์ พรุมัด เป็นเนื้อที่จำนวนเท่าใด เพื่อนำผลการตรวจสอบไปประกอบสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ทางอำเภอทุ่งสงได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้ว และจะดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากนายกเทศมนตรีตำบลถ้ำใหญ่ อยู่ในฐานะ เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร อีกด้วย

3.สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นการขุดบ่อดิน พบว่าที่ดินดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ น.ส.3 นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ รับว่าตนเองเป็นเจ้าของกิจการดังกล่าว ซึ่งต่อมาคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อดินดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) พบว่ามีบริเวณ 2 จุด ในที่ดินแปลงดังกล่าวที่พบว่า อาจประกอบกิจการขุดดินรุกล้ำพื้นที่ป่าถาวร จึงได้ประสานเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง เพื่อรังวัดตรวจสอบแนวเขตที่ดินอย่างชัดเจนในประเด็นดังกล่าว เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป

4.กรณีการตรวจสอบระบบน้ำประปาของตำบลถ้ำใหญ่ ซึ่งใช้วัตถุดิบในการทำน้ำประปามาจากบริเวณน้ำตกปลิว พบว่าท่อเหล็กขนาดใหญ่หายไปในระหว่างช่วงกลางทางก่อนถึงประปาหมู่บ้าน ซึ่งท่อที่หายไปมีความยาวประมาณ 500 เมตร คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบและได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ร่วมตรวจสอบว่าท่อประปาดังกล่าวเลิกใช้ไปนานมากแล้ว และมีการนำท่อพีวีซี มาใช้บริเวณฝายพักน้ำด้านล่างแทนระบบเดิม ซึ่งจะได้นำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุม ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ได้ขอให้ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดทำป้ายไวนิลข้อความ “พรุมัด” เป็นสถานที่สาธารณะ ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ไปติดไว้ในจุดที่เห็นได้ชัด เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมกันต่อไป.