เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพบซากพะยูนเพศผู้ ไม่มีส่วนหัว อยู่ในระยะโตเต็มวัย ความยาวประมาณ 2.20 เมตร (ไม่รวมหัว) น้ำหนักราว 120 กิโลกรัม บริเวณอ่าวโล๊ะหมุน บ้านท่าเขา หมู่ 4 ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา สภาพซากเน่าเปื่อย มีเพรียงเกาะทั่วตัว บริเวณอกด้านขวาพบรอยบาดจากของมีคม และบริเวณหางพบเชือกแบบเกลียวผูกติดกับหินใต้น้ำ
ล่าสุด ว่าที่ร้อยตรีจิโรตถ์ สุวรรโณ เจ้าพนักงานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดพังงา ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เกาะยาว หลังได้รับแจ้งจากอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลว่าพบซากพะยูนเกยตื้นในพื้นที่ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน จังหวัดภูเก็ต ได้เข้าตรวจสอบเบื้องต้น และเคลื่อนย้ายซากไปชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการตาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วน พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังสัตว์ทะเลหายาก ป้องกันการลักลอบทำร้ายซ้ำ

โดยในวันที่ 11 เม.ย.69 รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกำหนดลงพื้นที่อำเภอเกาะยาว เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และติดตามความคืบหน้าการสืบสวน จากข้อมูลสถิติการเกยตื้นของพะยูนในช่วงปีงบประมาณ 2566–2568 พบพะยูนเกยตื้นรวม 112 ตัว ในจำนวนนี้มี 8 ตัวที่ถูกลักลอบตัดเขี้ยวหรือศีรษะ ส่วนในปีงบประมาณ 2569 พบพะยูนเกยตื้นแล้ว 2 ตัว และมี 1 ตัวที่ถูกลักลอบตัดเขี้ยวหรือหัว
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า ไม่เชื่อว่าพะยูนตัวดังกล่าวจะถูกตัดหัวในพื้นที่เกาะยาว โดยสันนิษฐานว่าอาจเสียชีวิตจากการติดอวนของชาวประมง ก่อนถูกนำออกจากอวน และอาจถูกตัดชิ้นส่วนจากที่อื่นแล้วลอยมาตามกระแสน้ำ เนื่องจากทิศทางน้ำขึ้น-ลงในทะเลอันดามันสามารถพัดซากสัตว์ทะเลข้ามพื้นที่ได้ อีกทั้งในอดีตแม้จะมีความเชื่อเรื่องการนำเขี้ยวพะยูนไปทำเครื่องรางหรือยา แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตัดหัวออกทั้งชิ้น นอกจากนี้ กรณีที่พบเชือกผูกติดกับซากพะยูน แหล่งข่าวระบุว่า เป็นการผูกยึดไว้โดยผู้พบเห็น เพื่อป้องกันไม่ให้ซากลอยหายไป ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลการชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อยืนยันสาเหตุการตายที่แท้จริง และคลี่คลายข้อสงสัยทั้งหมดต่อไป



