จากกรณี พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปอส.สตม.พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช..สตม.พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผบช.ศ.ช่วยราชการ บช.สตม./ รอง ผอ.ศปอส.ได้สั่งทุกหน่วยใน สตม.เพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบคนต่างด้าวทั่วประเทศ ที่อาจจะมีคนต่างชาติแฝงตัวหลบหนีคดีจากต่างประเทศ คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บุคคลตามหมายจับที่ตำรวจสากล หรือฝ่ายความมั่นคงต่างประเทศร้องขอ เข้ามาก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด” Turn Back Crimes ” โดยให้มีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงระหว่างประเทศ ตำรวจสากลระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. ได้สั่งการมอบหมาย พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม.และ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ฯช่วยราชการ บก.สส.สตม.ควบคุมการปฎิบัติ ร่วมกับชุดสืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. บก.สอท.1 บช.สอท.เข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กทม. เพื่อติดตามเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรของ นายโนอา คริสโตเฟอร์ อายุ 26 ปี สัญชาติเยอรมัน
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก นายโนอา มีหมายจับของหน่วยความมั่นคงของสาธารณรัฐเยอรมันและสหภาพยุโรปรวม 74 หมาย เหตุเกิดห้วงปี 2021-2025 โดยสร้างความเสียหายไปทั่วโลกเพราะมีการสร้างเว็บไซต์ไวรัส Ramsomware เรียกค่าไถ่รูป แบบ CaaS (Cybercrime-as-a-Service) DDoS-for-Hire สร้างแพลทฟอร์ม “Fluxstress” และ “Neldowner และแพลทฟอร์มอื่น ๆ อำนวยความสะดวกและส่งเสริมการกระทำที่ผิดกฏทางไซเบอร์ รับจ้างการยิง DDos ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้ เป็นอาชญากรรมทางไซเบอร์ เปิดบริษัทให้บริการ โดยลูกค้าทั่วโลกจ่ายเงินเป็นคริปโตและสกุลดิจิตอลอื่น ๆ เพื่อรับจ้างไปถล่มเว็บไซต์ตามว่าจ้าง ให้เว็บไซต์เหล่านั้นไม่พร้อมใช้งาน(ล่ม)
ภายหลัง สหภาพยุโรปและศาลของประเทศเยอรมัน ได้ออกหมายจับรวม 74 หมาย แต่ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปอาศัยอยู่หลายประเทศ อาทิ ดูไบ จีน และอื่นๆ บก.สส.สตม.ได้รับการประสานให้ติดตาม เมื่อพบตัวและเพิกถอนด้วยเหตุ “มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ” โดยพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตาม ม.12(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองพ.ศ.2522

พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ทำการสืบสวนและติดตามตัวบุคคลตามหนังสือแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ นายโนอา ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายโนอา ได้มาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดย่าน ทองหล่อ กรุงเทพฯ จึงลงพื้นที่ไปยังคอนโดดังกล่าวและได้ประสาน บก.สอท.1 ร่วมตรวจค้นเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่า มีการทำธุรกรรมทางคอมพิวเตอร์หรือก่อเหตุเพิ่มเติมในประเทศไทยหรือไม่ เจ้าหน้าที่พบตัว นายโนอา พักอยู่คอนโดข้างต้นจริง จึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงหนังสือเพิกถอนแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตฯ ต่อมาได้ดำเนินการแจ้งสิทธิให้ทราบตามกฏหมาย
ด้าน นายโนอา ให้การว่าตนเข้าใจรายละเอียดตามเอกสารเป็นอย่างดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย เตรียมการณ์ส่งตัวให้ประเทศเยอรมันต่อไป.



