จากกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่ากระทรวงการต่างประเทศปากีสถานออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลอิสลามาบัดเป็นเจ้าภาพ ยุติโดยไร้ข้อสรุป หลังการหารือมาราธอน 21 ชั่วโมง ว่ายังคงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องยึดมั่นในพันธกรณีที่จะรักษาการหยุดยิงต่อไป หลังสหรัฐและอิหร่านตกลงหยุดยิงกันเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา และขณะเดียวกัน ปากีสถานจะยังคงทำหน้าที่คนกลางต่อไป ในการอำนวยความสะดวกให้เกิดการเผชิญหน้าและการหารือระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอีกครั้งในวันข้างหน้า ตามที่เสนอไปนั้น
เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงแฟนเพจ “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” โดยอธิบายถึงการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ปากีสถาน จบลงแบบ “No Deal” เนื่องจากตกลงเงื่อนไขสำคัญไม่ได้ โดยฝั่งสหรัฐ นำโดย JD Vance ยืนยันว่าได้ยื่นข้อเสนอสุดท้ายแล้วแต่อิหร่านปฏิเสธ ขณะที่อิหร่านนำโดย Mohammad Bagher Ghalibaf มองว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐ เกินขอบเขตและไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ สหรัฐยืนยันว่าไม่มีการปลดล็อกเงินตามข่าวลือ และจะยังคงมาตรการกดดันต่อไป ขณะที่ Donald Trump ส่งสัญญาณชัดว่าอาจใช้วิธีอื่นนอกเหนือจากการทูต ด้านจีนและรัสเซียไม่เห็นด้วยกับแนวทางของสหรัฐ และใช้สิทธิยับยั้งใน UN ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น โดยมีความเสี่ยงกระทบราคาน้ำมันโลกจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซทันที
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “บทสรุปการเจรจาหยุดยิงที่โลกเฝ้ารอ ณ โรงแรม Serena ปากีสถาน สิ้นสุดลงแล้วในช่วงเช้ามืดวันนี้ (12 เมษายน 2026) ผลลัพธ์คือ “No Deal” ครับ สหรัฐและอิหร่านไม่สามารถตกลงกันได้ในเงื่อนไขสำคัญ ฝั่งสหรัฐ (JD Vance) “เรายื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดแล้ว แต่อิหร่านเลือกปฏิเสธ ก่อนที่เครื่องบิน Air Force Two จะทะยานขึ้นจากอิสลามาบัด JD Vance ได้ให้สัมภาษณ์ทิ้งท้ายด้วยท่าทีที่เด็ดขาด “Final and Best Offer” Vance ระบุว่าสหรัฐ ได้ยื่นข้อเสนอที่ใจกว้างที่สุดเพื่อสันติภาพแล้ว (รวมถึงการพิจารณาช่องทางมนุษยธรรม) แต่เงื่อนไขเหล็กคือ อิหร่านต้องหยุดโครงการนิวเคลียร์อย่างตรวจสอบได้ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข ”ความอดทนมีขีดจำกัด” Vance กล่าวโทษว่าอิหร่านยังคง “ยื้อเวลา” และไม่จริงใจในการแก้ปัญหา “เรามาที่นี่เพื่อปิดดีล ไม่ได้มาเพื่อเล่นเกมเดาใจ ถ้าอิหร่านเลือกที่จะทิ้งโอกาสนี้ไป ผลที่ตามมาจะตกอยู่ที่พวกเขาเอง”


”Bad News for Tehran “ข่าวร้ายคือเราตกลงกันไม่ได้ และผมคิดว่านี่เป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าอเมริกา” สื่อชัดเจนว่าสหรัฐ จะไม่ลดละมาตรการกดดันหลังจากนี้ Trump’s Stance โดนัลด์ ทรัมป์ เคลื่อนไหวทันทีผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า “เราจะทำดีลหรือไม่ก็ได้ เพราะตอนนี้เราคือผู้ชนะแล้ว” ซึ่งส่งสัญญาณว่าเขาพร้อมจะใช้วิธีการอื่นที่ไม่ใช่การทูตครับ”
นอกจากนี้ เคลียร์ข่าวลือ สรุปแล้ว “ปลดล็อกเงิน” หรือไม่ ตลอดการเจรจามีข่าวสับสนออกมามาก ขอสรุปข้อเท็จจริงดังนี้
-ข่าวลือ: มีกระแสข่าวว่าสหรัฐ ยอมปลดล็อกทรัพย์สินหลายพันล้านดอลลาร์ให้อิหร่านเพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที
-ข้อเท็จจริง: “ไม่เป็นความจริงครับ” JD Vance ยืนยันก่อนขึ้นเครื่องกลับว่า สหรัฐได้ยื่นข้อเสนอที่เรียกว่า “Final and Best Offer” (ข้อเสนอสุดท้ายและดีที่สุด) ไปแล้ว แต่อิหร่านปฏิเสธที่จะยอมรับเงื่อนไขเรื่องการหยุดโครงการนิวเคลียร์อย่างถาวร ทำให้เงินจำนวนนั้นยังถูก “แช่แข็ง” ต่อไป
“ฝั่งอิหร่าน (Ghalibaf): “อเมริกาขาดความจริงใจและกดขี่” ในขณะเดียวกัน 14 ขุนพลของอิหร่านก็นำโดย Mohammad Bagher Ghalibaf ก็แถลงตอบโต้ทันควัน “ข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผล” อิหร่านระบุว่าสาเหตุที่การเจรจาล้มเหลวมาจาก “ความต้องการที่เกินขอบเขต” (Unreasonable Demands) ของสหรัฐ โดยเฉพาะการที่สหรัฐ พยายามแทรกแซงสิทธิในการป้องกันประเทศและโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติของพวกเขา “ไม่เหลือความเชื่อใจ” Ghalibaf ย้ำทิ้งท้ายว่า “ประสบการณ์การเจรจากับอเมริกาจบลงด้วยความล้มเหลวและคำมั่นสัญญาที่ว่างเปล่าเสมอ” และอิหร่านพร้อมจะปกป้องผลประโยชน์ของตนเองทุกวิถีทาง ประเด็นเลบานอน อิหร่านผิดหวังอย่างมากที่สหรัฐไม่สามารถ (หรือไม่ยอม) รับประกันการหยุดยิงในเลบานอนของอิสราเอลได้ Diplomacy Continues แม้จะล้มเหลว แต่อิหร่านโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่ายังคงเปิดช่องทางการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านปากีสถานต่อไป”
อีกทั้ง “ปฏิกิริยาจากมหาอำนาจ: เมื่อ “จีน-รัสเซีย” ไม่เห็นด้วยกับหมากของสหรัฐ ในขณะที่สหรัฐพยายามปิดดีลด้วยการ “ยื่นคำขาด” ฝั่งมหาอำนาจตะวันออกกลับมองไปอีกทางครับ จีน (China) เน้น “การทูต” และ “ความมั่นคงทางพลังงาน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน (Mao Ning) แถลงแสดงความ “กังวลอย่างลึกซึ้ง” ต่อความล้มเหลวที่ปากีสถาน จีนมองว่าการใช้กำลังทหารหรือการ “ยื่นคำขาดฝ่ายเดียว” ของสหรัฐ ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน จุดยืนจีนสนับสนุนความพยายามของปากีสถานในการเป็นตัวกลาง และเรียกร้องให้สหรัฐ “เห็นแก่เศรษฐกิจโลก” โดยเฉพาะความมั่นคงในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจีนได้รับผลกระทบโดยตรงในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ และรัสเซีย (Russia) ประณามการ “ข่มขู่” และใช้สิทธิ Veto ใน UN รัสเซียออกมาวิจารณ์ว่าทีมของ JD Vance ไม่ได้ไปปากีสถานเพื่อเจรจา แต่ไปเพื่อ “สั่งการ” (Dictating terms) ซึ่งไม่มีวันยอมรับได้ในทางการทูต”
”หมากใน UN ล่าสุดรัสเซียและจีนเพิ่งร่วมกันใช้สิทธิ Veto (ยับยั้ง) ร่างมติของ UN Security Council ที่สหรัฐพยายามจะขออำนาจในการใช้กำลังทหารเข้าไปควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยรัสเซียให้เหตุผลว่าเป็นการ “เติมเชื้อไฟในกองเพลิง” และปฏิกิริยาจากประเทศอื่นๆ คือ ออสเตรเลีย รมว.ต่างประเทศ (Penny Wong) แสดงความ “ผิดหวัง” อย่างมากที่การเจรจาล่ม และกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายรีบกลับไปนั่งโต๊ะเจรจาอีกครั้ง เพราะเกรงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และปากีสถาน (เจ้าภาพ) รมว.ต่างประเทศ Ishaq Dar พยายามประคองสถานการณ์ โดยระบุว่าแม้ครั้งนี้จะตกลงกันไม่ได้ แต่ปากีสถานจะยังคงเปิดประตูเป็น “ตัวกลาง” ต่อไป และย้ำว่าทุกฝ่ายต้องรักษา “ความสงบ” ไว้ให้ได้ก่อน”
อย่างไรก็ตาม “สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ (Post-Meeting Analysis) และ Strait of Hormuz เมื่อตกลงกันไม่ได้ ความเสี่ยงที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ “แบบถาวร” มีสูงมาก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกดีดตัวรุนแรงในเช้าวันจันทร์นี้ ท่าทีของทรัมป์ ทรัมป์ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “จะทำดีลหรือไม่ ผมไม่สน เพราะเราชนะแล้ว” สื่อถึงการเตรียมใช้กำลังทหารหรือการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) เข้ากดดันแทนการทูต ความล้มเหลวในประวัติศาสตร์ นี่คือการเจรจาตรงครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่จบลงด้วยความล้มเหลว ซึ่งอาจปิดประตูทางการทูตไปอีกนานครับ สหรัฐมองว่าอิหร่านดื้อแพ่ง ส่วนอิหร่านมองว่าสหรัฐข่มเหง เมื่อต่างฝ่ายต่างมองคนละมุมแบบนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ ‘มาตรการขั้นเด็ดขาด’ ครับ สหรัฐ (ภายใต้การนำของทรัมป์) อาจเลือกใช้ Naval Blockade (การปิดล้อมทางทะเล) เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยกำลัง อิหร่านอาจเลือกตอบโต้ด้วยการปิดตาย เส้นทางเดินเรือเพื่อกดดันเศรษฐกิจโลกเป็นเฮือกสุดท้าย สำหรับพวกเราคนไทย วันจันทร์นี้เราคงต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทกเรื่องราคาน้ำมันได้เลยครับ เมื่อการทูตล้มเหลว ตลาดพลังงานจะตอบรับด้วยความตื่นตระหนกทันที”
ขอบคุณข้อมูล : ณัฏฐ์ มงคลนาวิน



