วานนี้ (12 เม.ย.) สำนักข่าวจากจีนรายงานถึงการตกเป็นประเด็นในการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของบริษัทสัญชาติจีนแห่งหนึ่ง หลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า บริษัทนี้ได้ใช้ “ข้อมูล” ของอดีตพนักงานเพื่อสร้าง “มนุษย์ปัญญาประดิษฐ์” หรือมนุษย์เอไอ ขึ้นมาทำงานแทน หลังจากที่เขาลาออก

บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทเกมในมณฑลซานตงทางตอนเหนือของจีน ได้รับความสนใจอย่างมากจากการเปลี่ยนอดีตพนักงานให้กลายเป็น “แรงงานดิจิทัล” ที่ขับเคลื่อนด้วย “เอไอ” ซึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปภายหลังพนักงานคนนั้นลาออก 

อดีตพนักงานคนดังกล่าวซึ่งไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดส่วนบุคคล เคยทำงานในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล ส่วน “พนักงานเอไอ” ที่มาแทนมีหน้าที่รับผิดชอบงานพื้นฐาน เช่น การตอบข้อซักถาม การนัดหมาย และการสร้างงานนำเสนอในที่ประชุมด้วยโปรแกรมพาวเวอร์พอยต์และสเปรดชีตส์

ภาพจากคลิปวิดีโอที่แชร์กันบนแพลตฟอร์มออนไลน์โดยพนักงานที่ชื่อ “เสี่ยวอวี๋” เผยให้เห็นการพูดคุยกับพนักงานเอไอโดยเริ่มจากการแนะนำตัวในหน้าต่างแชตว่า “สวัสดี ฉันคือร่างเสมือนดิจิทัลของอดีตพนักงาน คุณสามารถถามคำถามฉันได้ตลอดเวลา ฉันจะตอบคำถามโดยอิงจากเอกสารที่ฉันเคยจัดการในช่วงที่ยังทำงานอยู่” ทั้งนี้ มีรายงานว่าทั้งรูปลักษณ์และข้อมูลส่วนตัวนั้น อ้างอิงมาจากอดีตพนักงานคนดังกล่าว และเอไอตัวนี้ถูกฝึกฝนโดยใช้ข้อมูลที่เจ้าตัวเป็นคนอัปโหลดขึ้นไปเอง และการทดลองนี้ดำเนินการโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าตัวแล้ว 

เสี่ยวอวี๋ซึ่งทำงานในฝ่ายทรัพยากรบุคคลเช่นกัน อธิบายว่า บริษัทมีพนักงานกว่า 100 คน และกล่าวติดตลกว่า “เมื่อวานเรายังพูดเล่นด้วยกันอยู่เลย พอมาวันนี้ เขากลายเป็นเอไอไปซะแล้ว” 

เธอยังบอกผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเหอหนาน เดลี ว่านี่คือความพยายามที่กล้าหาญของบริษัทในการสำรวจว่า งานประจำที่เรียบง่ายสามารถใช้เอไอจัดการได้หรือไม่ ซึ่งปัจจุบัน ยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบภายในและยังไม่ได้เปิดตัวสู่สาธารณะ เนื่องจากพนักงานเสมือนจริงดังกล่าวยังคงมีความติดขัดอยู่บ้าง 

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะพัฒนาพนักงานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในอนาคตเพื่อรองรับงานต้อนรับและงานธุรการ จัดการนัดหมายหรืองานพื้นฐานอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ฝูเจี้ยน ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายเหอหนานเจ๋อจิ่น ได้ออกมาเตือนว่า ประวัติการแชต อีเมลเกี่ยวกับการทำงาน และนิสัยการทำงานส่วนตัวล้วนถูกจำกัดความตามกฎหมายว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งการสื่อสารบางอย่างอาจถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน หากบริษัทนำรหัสผ่าน เอกสาร หรือแผนงานไปใช้ฝึกฝนเอไอโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายละเมิดความเป็นส่วนตัวและสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งในกรณีที่ร้ายแรงอาจมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-7 ปี พร้อมโทษปรับ

ข่าวนี้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียของจีน โดยความเห็นหนึ่งระบุว่า “พิลึกมาก พนักงานก็ลาออกไปแล้ว ทำไมเขายังต้องยอมทำเรื่องแบบนี้อีก” ขณะที่อีกคนเสริมว่า “เขาควรได้รับค่าลิขสิทธิ์ แม้จะลาออกไปแล้วบริษัทก็ควรจ่ายเงินให้เขาต่อ” และมีความเห็นเชิงประชดประชันว่า “เยี่ยมเลย มนุษยชาติเพิ่งก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่วันล่มสลายของตัวเองอีกก้าวหนึ่งแล้ว”

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES