สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่าเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ หรือเรือซูเปอร์แทงเกอร์ จำนวน 3 ลำ สามารถล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา ถือเป็นเรือชุดแรก ๆ ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์สายนี้ นับตั้งแต่สหรัฐและอิหร่านเห็นชอบหยุดยิง เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา
Three supertankers transited the #StraitofHormuz for the first time since the #USIran Ceasefire agreement, according to Reuters.
— Mahalaxmi Ramanathan (@MahalaxmiRaman) April 12, 2026
The tankers Serifos, Cospearl Lake, and He Rong Hai, each capable of carrying up to 2 million barrels of oil, passed through from the #PersianGulf.… pic.twitter.com/ebaGyWdFxF
เรือทั้งสามลำประกอบด้วย เรือคอสเพิร์ล เลค (Cospearl Lake) และเรือเหอ ร่ง ไห่ (He Rong Hai) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติจีน และเรือเซริฟอส (Serifos) ติดธงชาติไลบีเรีย ซึ่งข้อมูลการเดินเรือระบุว่า บริษัท ปตท. ของไทยเป็นผู้เช่าเหมาลำ โดยเรือลำนี้บรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียและยูเออีมาเต็มลำ มีกำหนดถึงท่าเรือมะละกาของมาเลเซีย ในวันที่ 21 เม.ย. นี้
อนึ่ง เรือเซริฟอสเป็นหนึ่งในเรือ 7 ลำ ที่รัฐบาลมาเลเซียช่วยประสานขออนุญาตเป็นพิเศษจากอิหร่าน โดยเรือแต่ละลำมีศักยภาพในการบรรทุกน้ำมันสูงถึง 2 ล้านบาร์เรล ซึ่งการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอิหร่านปิดตายช่องแคบดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มี.ค. จนส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.
เครดิตภาพ : REUTERS



