สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่าเมื่อวันอาทิตย์ (12 เม.ย.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขู่รัฐบาลปักกิ่งว่า จะเรียกเก็บภาษีใหม่ในอัตรามหาศาลถึง 50% หากจีนให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่อิหร่าน

ในวันเดียวกันนั้น สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า จีนกำลังเตรียมส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่ให้แก่อิหร่าน ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยอ้างอิงรายงานจากแหล่งข่าว 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรองสหรัฐ

นอกจากนั้น ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง ซึ่งระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งอาจส่งขีปนาวุธแบบประทับบ่ายิงไปให้อิหร่านแล้ว

ในวันจันทร์ (13 เม.ย.) รัฐบาลปักกิ่งได้ปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยระบุว่า จีนใช้ท่าทีที่ระมัดระวังและมีความรับผิดชอบ ในการส่งออกสินค้าทางทหารมาโดยตลอด ตลอดจนดำเนินการควบคุมอย่างเข้มงวดตามกฎหมาย และข้อบังคับการควบคุมการส่งออก ทั้งของตนเอง และพันธกรณีระหว่างประเทศ

นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนคัดค้าน “การใส่ร้ายป้ายสีที่ไร้มูลความจริง” หรือการเชื่อมโยงที่มุ่งร้าย

อนึ่ง จีนเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิหร่าน และนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากประเทศแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศไม่มีสนธิสัญญาทางทหารอย่างเป็นทางการ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลปักกิ่งมองความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองว่า เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เป็นส่วนใหญ่.

เครดิตภาพ : AFP