สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเฉิงตู ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่าปัจจุบันทั้งคู่กำลังง่วนอยู่กับการตกแต่งร้านสาขาที่ 5 ในย่านตงเจียวจี้อี้ของเมืองเฉิงตู ทั้งสองคนตั้งใจนำเสนอรสชาติอาหารไทยสไตล์โฮมคุกเข้าสู่ย่านที่ผสมผสานทั้งความทันสมัยและชีวิตประจำวันแห่งนี้ และเลือกใช้เมนูอาหารไทยแท้ต้นตำรับ เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้คนผ่านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม


หากแวะมาเยือนร้านอาหารไทยสไตล์โฮมคุกของนิคและนิคกี้ในย่านถนนอวี้หลิน จะพบบรรยากาศความเป็นไทยแบบเข้มข้น ที่ผสานเข้ากับบรรยากาศชีวิตประจำวันอันมีชีวิตชีวาแบบซื่อชวนอย่างลงตัว ภายในใช้โต๊ะและเก้าอี้ไม้ร่วมกับพืชพรรณเขียวชอุ่ม บนโต๊ะประดับดอกกล้วยไม้ไทย จานอาหารเป็นลวดลายสับปะรดที่นำเข้าจากไทย ทุกรายละเอียดสะท้อนบรรยากาศแบบครอบครัวไทย จนลูกค้ารายหนึ่งบอกว่า “ราวกับวาร์ปกลับไปอยู่บนถนนในกรุงเทพฯ เพียงพริบตาเดียว”


ทั้งอาหารและซอสปรุงรสของร้านล้วนใช้สูตรจากคุณแม่ของนิค ไม่ได้ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรสชาติ “เผ็ดชา” สไตล์ซื่อชวน โดยนิคให้เหตุผลว่ารสนิยมเป็นเรื่องปัจเจกและจะไม่ฝืนปรับจนเสียเอกลักษณ์ และต้องการแบ่งปัน “รสชาติบ้านๆ” สไตล์ไทยให้ลูกค้าชาวจีน เช่น เมนูสลัดส้มโอใช้ส้มโอหวานนำเข้าจากไทย ผสมกับน้ำสลัดที่เคี่ยวเป็นพิเศษ เวลารับประทานจะให้ความรู้สึก “ชุ่มฉ่ำ” ไปทั่วทั้งปาก ส่วนเมี่ยงคำจะห่อด้วยใบชะพลูและใส่วัตถุดิบหลากชนิด


แม้มีลูกค้าบางคนที่ไม่คุ้นเคยกับรสชาตินี้ยังกล่าวว่า “นี่คือรสชาติอาหารของบ้านนิคกี้” ผลจากการให้ความเคารพกับรสชาติอาหารท้องถิ่น ทำให้ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ได้รับการยอมรับมากขึ้น และยังได้รับตราสัญลักษณ์ “ไทย ซีเล็กต์” ( Thai SELECT ) จากกระทรวงพาณิชย์ของไทยอีกด้วย


นอกจากนี้ ทางร้านมักจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจีน-ไทยเล็กๆ โดยให้ลูกค้านั่งล้อมโต๊ะรับประทานอาหารและแลกเปลี่ยนประเพณีทางวัฒนธรรมแก่กัน ในมุมมองของทั้งสองเชื่อว่า ร้านอาหารขนาดเล็กเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรม อาหารเป็น “ภาษาเงียบ” และอาหารไทยสักชามหรือการสนทนาสักหนหนึ่ง สามารถทำให้วัฒนธรรมของทั้งสองประเทศผสมผสานกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ


การผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างประชาชนจีนและไทยได้แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันมาอย่างยาวนานโดยมี “อาหาร” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม ในเมืองเฉิงตู มีร้านอาหารไทยผุดขึ้นอย่างแพร่หลาย ต้มยำกุ้งและชาไทยได้รับความนิยมจากผู้คน ส่วนทุเรียน ลำไย และผลไม้ไทยชนิดอื่น ๆ กลายเป็นอาหารที่พบเห็นได้บ่อยบนโต๊ะอาหารของผู้คนในท้องถิ่น ความอร่อยบนปลายลิ้นได้กลายเป็นสายใยเรียบง่าย แต่ทรงพลังในการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน ปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันระหว่างคู่รักชาวจีนและชาวไทยคู่นี้ สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง


จากกรุงเทพฯ ระยะทางเส้นตรงเกือบสองพันกิโลเมตร แต่บนโต๊ะของนิคและนิคกี้ ระยะทางดังกล่าวถูกย่นให้เหลือเพียงชามต้มยำ สลัด และคำทักทายว่า “สวัสดี” และเมื่อรสเผ็ดชามาเจอกับต้มยำกุ้ง การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีน-ไทยจึงบังเกิดอยู่ในชีวิตประจำวันผ่านอาหารการกิน และได้กลายเป็นการเดินทางเข้าหากันอย่างจริงใจของทั้งสองฝ่าย.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA