เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 16 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย บรรยากาศการเริ่มต้นศกศักราชปีใหม่ไทยเป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมด้วยศรัทธา โดยมี นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอำเภอด่านซ้าย, ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬา, ผอ.ททท.สำนักงานเลย และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเลย เข้าร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างพร้อมเพรียง

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการนำโดยผู้นำทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ เจ้าพ่อกวน (ดร.ถาวร เชื้อบุญมี) และ เจ้าแม่นางเทียม (ประกายมาศ เชื้อบุญมี) พร้อมด้วยคณะพ่อแสน นางแต่ง และชาวบ้านที่เรียกตนเองว่า “ลูกผึ้งลูกเทียน” ต่างแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองสีขาวสะอาดตา สะพายย่าม และถือขันใส่ข้าวเหนียวที่ปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดพอดีคำ พร้อมธูปเทียนดอกไม้ เตรียมมุ่งหน้าสู่อค์พระธาตุศรีสองรัก

โดยขบวนแห่ได้เริ่มเคลื่อนตัวท่ามกลางความเงียบสงบของเช้ามืด จากบ้านเจ้าพ่อกวน มุ่งหน้าสู่บ้านเจ้าแม่นางเทียม ก่อนจะเดินเท้าเข้าสู่เส้นทางโบราณ ผ่านหอหลวง และเข้าสู่พระธาตุศรีสองรักทางประตูด้านหลัง รวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ท่ามกลางแสงไฟสลัวและเสียงสวดมนต์ที่สร้างความขลังให้กับพิธีกรรม

เมื่อขบวนถึงองค์พระธาตุ เจ้าพ่อกวนได้นำคณะทำพิธีบูชาคารวะธาตุ ก่อนที่ชาวบ้านจะร่วมกันถวาย “ข้าวพันก้อน” โดยมีธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาคือ “ฝ่ายชาย” จะเป็นผู้นำข้าวเหนียวเข้าไปถวายถึงด้านในองค์พระธาตุ ส่วน “ฝ่ายหญิง” จะวางถวายรอบกำแพงแก้ว ซึ่งข้าวเหนียวที่แต่ละคนเตรียมมาคนละ 10 ก้อน 100 ก้อน เมื่อรวมกันแล้วกลายเป็นจำนวนนับพันนับหมื่นก้อน ล้นปรี่อยู่รอบองค์พระธาตุ อันเป็นที่มาของชื่อประเพณี

นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ประเพณีแห่ข้าวพันก้อนนี้ เป็นการสืบสานวัฒนธรรมที่งดงามตกทอดมานานกว่า 400 ปี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระธาตุศรีสองรัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และพระนาคปรกกายสิทธิ์ รวมถึงเพื่อขอพรเสริมสิริมงคลให้ชีวิตมีความสุขความสำเร็จในวันขึ้นปีใหม่ไทยตามความเชื่อท้องถิ่น

“กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงแค่การทำบุญตามประเพณี แต่ยังเป็นกุศโลบายในการสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชน โดยใช้มิติทางวัฒนธรรมเป็นสื่อกลาง เชื่อมโยงจิตใจของชาวด่านซ้ายให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างเหนียวแน่น” รองผู้ว่าฯ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับพิธีแห่ข้าวพันก้อน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นสิริมงคลก่อนที่ชาวบ้านจะร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวและฉลองสงกรานต์ตามประเพณีท้องถิ่นในลำดับถัดไป นับเป็นภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของจังหวัดเลยในปัจจุบัน.