จากกรณีเพจดังจังหวัดภูเก็ตโพสต์ข้อความว่า มีชายส่งเรื่องร้องเรียนมาบอกว่าแฟนสาวถูกกลุ่มวัยรุ่นฉุดเข้าโรงแรมม่านรูดบังคับข่มขืน โดยมีคลิปขณะเข้าไปช่วยเหลือในโรงแรมม่านรูด สภาพแฟนสาวเปลือยร่างกาย จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมและให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ล่าสุดทีมข่าวเดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต หลังจากทราบข้อมูลว่า พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ได้สั่งชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีดังกล่าว ซึ่งสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้ 2 ราย เป็นชายชาวไทยทั้ง 2 คน โดยผู้ก่อเหตุอายุ 22 ปี และอีกคนอายุ 28 ปี ตำรวจได้มีการซักถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากการทะเลาะวิวาทเรื่องรถจักรยานยนต์ เนื่องจากคู่กรณีทำรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุเสียหาย จึงมีการทวงถามเรื่องค่าชดใช้จนกระทั่งชกต่อยกัน โดยฝ่ายคู่กรณีได้พาแฟนสาวซึ่งเป็นหญิงสาวชาวเมียนมามาด้วย

ภายหลังจากทะเลาะวิวาทกันเสร็จ ผู้ก่อเหตุยอมรับว่ารู้สึกชอบแฟนสาวของคู่กรณี จึงชวนขึ้นรถจักรยานยนต์ไปด้วย ซึ่งผู้หญิงก็ไม่ได้ขัดขืนและซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไป จากนั้นได้มีการชักชวนกันเข้าโรงแรมม่านรูด แต่ยังไม่ทันได้มีเพศสัมพันธ์ แฟนหนุ่มก็แจ้งตำรวจบุกตามมา โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการบังคับข่มขืนหรือฉุดกระชาก เป็นการสมยอมและพูดคุยกัน เพียงแต่คู่กรณีเข้าใจผิด ส่วนตัวยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุได้มีการเสพยาเสพติด ตำรวจจึงตรวจปัสสาวะและพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย โดย พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ได้มาสอบปากคำผู้ก่อเหตุด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แบ่งเป็น 2 กรณี คือเหตุทะเลาะวิวาท และเหตุที่มีการนำข้อมูลไปโพสต์ร้องเรียนในเพจของจังหวัดภูเก็ต จากการสอบปากคำทราบว่าชนวนเหตุมาจากการทวงถามค่าชดใช้ความเสียหายรถจักรยานยนต์ที่พัง จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทชกต่อยทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งตำรวจได้รับแจ้งเหตุและเข้าไประงับเหตุ

ก่อนจะทราบว่าภายหลังจากทะเลาะวิวาทกันแล้ว หญิงสาวที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุออกไป โดยที่แฟนหนุ่มของหญิงสาวไม่พอใจ ตำรวจสายตรวจจึงขี่รถจักรยานยนต์ตามไปจนถึงโรงแรมม่านรูด เกรงว่าจะมีการตามไปทะเลาะวิวาทกันอีก เมื่อไปถึงก็เห็นว่ามีการโต้เถียงกันอยู่ จึงเข้าระงับเหตุอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันไป ซึ่งการดําเนินคดีในเรื่องของการทะเลาะวิวาท ตํารวจได้สอบปากคํา และแจ้งข้อหาแล้ว ส่วนเรื่องของการบังคับข่มขืนหรือฉุดกระชากต้องรอสอบปากคําหญิงสาว แต่จากการสอบปากคําผู้ก่อเหตุเบื้องต้นลักษณะเป็นการสมยอม ซึ่งตํารวจยังไม่ปักใจเชื่อ แต่ยังไม่มีการดําเนินคดีในกรณีนี้