สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า แฟนบอลแสดงความไม่พอใจต่อกรณีราคาตั๋วรถไฟที่จะเดินทางไปสนามแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ราคาพุ่งสูงไปมากเหลือเชื่อ โดยค่าตั๋วรถไฟไป-กลับ 56 กม. ระหว่างนิวยอร์กและสนามเม็ตไลฟ์ ที่จัดแข่ง 8 นัด รวมถึงรอบชิงชนะเลิศ มีราคาถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,800 บาท) ขึ้นมา 10 เท่า จากเดิมที่ราคาเพียง 12.90 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 400 บาท)

ตั๋วรถไฟยังมีจำกัดเพียง 40,000 ใบ สำหรับ 8 นัดที่สนามแห่งนี้ ขณะที่ถ้าจะเดินทางด้วยการขับรถจะยิ่งแพงกว่านั้น เนื่องจากค่าที่จอดรถสำหรับแฟนบอลผู้พิการที่สนามกีฬา ยังสูงถึง 225 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,200 บาท) และราคาใกล้เคียงในห้างสรรพสินค้าที่อยู่ติดกันสำหรับแฟนบอลกลุ่มอื่นๆ

กาย ดิกซัน ชาวเมืองนิวยอร์ก วัย 42 ปี เผยว่าตนรู้สึกว่ามันน่าอับอายและคิดว่าเป็นการเอาเปรียบแฟนบอล ส่วน กิโยม โอแพรต โฆษกของกลุ่มแฟนบอลฝรั่งเศสชี้ว่าเป็นราคาที่บ้ามาก แม้แต่ แคธี โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กก็วิพากษ์วิจารณ์ว่า การคิดค่าโดยสารระยะสั้นเกิน 100 ดอลลาร์นั้นแพงเกินไป

เช่นเดียวกับ โธมัส คอนแคนนอน ประธานสมาคมผู้สนับสนุนฟุตบอลอังกฤษ (FSA) กล่าวกับบีบีซีว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากทัวร์นาเมนต์นี้ คือการที่แฟนบอลถูกเอาเปรียบ ราคาแพงเกินไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกโก่งราคาขนาดนี้

มิคี เชอร์ริล ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่นานนี้ ปกป้องนโยบายขององค์กรขนส่งมวลชนของรัฐ โทษว่าฟีฟ่าไม่ได้ให้เงินสักดอลลาร์เป็นการสนับสนุนค่าโดยสารของแฟนฟุตบอลโลก อีกทั้งกล่าวโทษผู้ว่าการรัฐคนก่อน ที่ตัดที่จอดรถที่สนามกีฬาออกไป ทำให้รถไฟต้องขนส่งแฟนบอลมากกว่าปกติ 4 เท่า และข้อตกลงนี้ทำให้มีค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 48 ล้านดอลลาร์