ความคืบหน้า “เดลีโฟกัส” เกาะติดการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เนื้อที่กว่า 2 พันไร่ กระทั่งทางกรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีที่ บช.ก. เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นนายทุน-เจ้าหน้าที่รัฐนอกรีต และเร่งดำเนินการเพิกถอน น.ส.3 ก. ที่ทับบนผืนป่า นอกจากนี้พบเบาะแสด้วยว่า “กลุ่มนายทุน” เขมือบเขาปากเตรียม เคยพยายามจะไปฮุบพื้นที่สาธารณะทุ่งหนองใหญ่ ใจกลางเมือง จ.ชุมพร ล่าสุดตำรวจ ปทส. ระดมกำลัง ตร.สืบสวนมือดีชุดใหญ่ ลุยปักหลักจังหวัดระนอง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวง จ.ระนอง พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. และคณะพนักงานสอบสวน ปทส. ได้เดินทางไปประสานตรวจสอบขอข้อมูล สารบบคดีของ สภ.สุขสำราญ โดยจะมีการไล่ตรวจสอบคดีเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่ป่าปากเตรียม ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมาเพื่อนำมาวิเคราะห์ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเรียก “ผู้เกี่ยวข้อง” ในคดีมาสอบสวนปากคำเป็นพยานด้วย ส่วนคณะพนักงานสอบสวน ปทส. อีกชุด ได้แยกไปสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มอีก 4 ปาก

การลงมาพื้นที่ของชุดสอบสวนของ ตำรวจ ปทส. ถือว่าเป็นวันที่ 2 ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้ว 6 ปาก ทำให้ทราบถึงขั้นตอน วิธีการ ไปจนถึงกลุ่มขบวนการฮุบป่าเขาปากเตรียมชัดเจนมากขึ้น จึงทำให้ได้เห็นภาพจำลองของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ นายทุนใหญ่, ข้าราชการผู้เชี่ยวชาญ, ข้าราชการท้องถิ่น, กลุ่มตัดไม้และขนออกจากป่าไปโรงเลื่อยเพื่อแปรรูป สำหรับ “กลุ่มนายทุน” พบว่าถือครองที่ดินในนามบริษัท รวม 3 บริษัท โดยมีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามคนเดียวกันทั้งหมด ถือครองที่ดินรวมทั้งสิ้น 45 แปลง มีเนื้อที่ระบุตามเอกสาร น.ส.3 ก. ประมาณ 660 ไร่ และยังครอบครองพื้นที่นอกเขตเอกสารอีกประมาณ 700 ไร่
ผู้การ ปทส.’ กัดไม่ปล่อย! นั่งหัวหน้าชุดสอบเอง คดีรุกป่า-ตัดไม้เขาปากเตรียม
โดยกลุ่มทุนวางแผนเข้ามาครอบครองที่ดินในเขาปากเตรียมค่อนข้างเป็นระบบ ตั้งแต่รังวัดสอบแนวเขต นำมาอ้างอิงร่วมกับแปลง น.ส.3 ก. จากนั้น “ระวางทิพย์” ขยายอาณาเขตเข้าไปในผืนป่าและบนภูเขาสูงชัน หลังจากนั้นว่าจ้าง “กลุ่มตัดไม้” ขนเลื่อยยนต์ อุปกรณ์ เครื่องจักรหนัก รถแบ๊กโฮ เข้าไปตัดไม้ใหญ่ ขุดหน้าดิน ไถภูเขา ทำถนนเข้าไปตัดไม้ โดยอ้างสิทธิ ตามมาตรา 7 พ.ร.บ.ป่าไม้ แล้วใช้เอกสารดังกล่าวไว้ไปสำแดงกับเจ้าหน้าที่ระหว่างทยอยเคลื่อนย้ายไม้ซุงใหญ่มีค่าซึ่งถูกตัดเป็นท่อนๆ ออกจากป่าไปโรงเลื่อยเร่งแปรรูป ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่ากลุ่มทุนยังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ พยายามจะขอออกเอกสารสิทธิในส่วนการถือครองที่ดินนอกเขต ประมาณ 700 ไร่ เมื่อปี 66-67 แต่ยังไม่สำเร็จ

ขณะเดียวกัน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าสำนักอุทยานแห่งชาติฯ และหัวหน้าชุดพญาเสือ ซึ่งเป็นผู้ร้องให้คณะ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ วุฒิสภา นำคณะร่วมไปลงพื้นที่เปิดโปงนายทุนรุกป่าเขาปากเตรียม ล่าสุดได้โพสต์คลิปผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า จากที่ได้มีโอกาสร่วมลงพื้นที่ไปตรวจสอบการรุกป่าตัดไม้บนเขาปากเตรียม ยังพบด้วยว่า ขบวนการลักลอบตัดไม้บนเขาพยายามปรับเส้นทางทำถนน (โซนใต้) จะเป็นรอยต่อระหว่าง อ.สุขสำราญ กับ อ.คุระบุรี จ.พังงา หวังใช้เป็นเส้นทางสะดวกในการลำเลียงไม้ซุงลงจากภูเขาได้ง่ายดาย ซึ่งภาพดังกล่าวสอดคล้องกับการข่าวของเจ้าหน้าที่ได้มาก่อนหน้านี้ว่า มีความพยายามลักลอบเปิดหน้าดินเร่งทำถนนขนย้ายไม้ซุง แต่ยังไม่สามารถระบุพิกัดได้ชัดเจน

กระทั่งช่วงปลายปี 2568 หลังจากที่รัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจ ก็มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มเข้าไปช่วยคุ้มครองกลุ่มนายทุน จนมีการขนย้ายไม้ซุงออกจากป่าอีกครั้ง ช่วงปลายปี 68 ต่อเนื่องจนถึงต้นปี 69 เพราะตั้งแต่ปี 2565 หลังจากคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐทำลายทรัพยากรธรรมชาติฯ กองทัพภาค 4 เข้าตรวจอายัดไม้ไว้ ทำให้กลุ่มทุนยังไม่สามารถนำชี้จุดตัดไม้ตามข้ออ้างว่ามาจากที่ดิน น.ส.3 ก. กระทั่งมาสบโอกาสเปลี่ยนรัฐบาลจึงเกิดความเคลื่อนไหวอีกครั้ง.



