สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ว่า มาชาโด กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงมาดริดว่า มีผู้นำคนหนึ่งในโลก ที่ยอมเสี่ยงชีวิตพลเมืองของประเทศตนเอง เพื่ออิสรภาพของเวเนซุเอลา
อนึ่ง มาชาโดมอบเหรียญรางวัลโนเบลให้แก่ทรัมป์ เมื่อเธอเข้าพบกับเขาที่ทำเนียบขาวในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เพียงสองสัปดาห์หลังทรัมป์สั่งออกคำสั่งให้กองกำลังสหรัฐโจมตีกรุงการากัส และจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาในเวลานั้น
ปัจจุบัน ทรัมป์ผู้ปรารถนารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาเป็นเวลานาน กำลังพัวพันกับสงครามในตะวันออกกลางที่เขาเริ่มต้นร่วมกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ด้วยการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านในช่วงสิ้นเดือน ก.พ.
Venezuela’s Machado says doesn’t regret gifting Nobel Peace Prize to Trumphttps://t.co/rVMVEDjpx8
— Vanguard Newspapers (@vanguardngrnews) April 18, 2026
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ ระบุอย่างชัดเจนหลังมาชาโดมอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2568 ให้แก่ทรัมป์ ว่าเกียรติยศที่แท้จริงนั้นไม่สามารถเพิกถอน แบ่งปัน หรือถ่ายโอนให้กับผู้อื่นได้
ด้านมาชาโดกล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารของทรัมป์ในการจับกุมมาดูโร ซึ่งขณะนี้อดีตผู้นำเวเนซุเอลาถูกควบคุมตัวในนครนิวยอร์ก และเผชิญกับข้อหายาเสพติดในสหรัฐ เป็นสิ่งที่ชาวเวเนซุเอลาจะไม่มีวันลืม
“ดังนั้น ฉันจึงไม่เสียใจเลยที่มอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่ทรัมป์” มาชาโด กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ มาชาโด ซึ่งหลบซ่อนตัวก่อนเดินทางออกจากเวเนซุเอลาในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว เพื่อไปรับรางวัลโนเบลที่กรุงออสโล กล่าวว่า เธอกำลังเตรียมการเดินทางกลับประเทศ โดยประสานงานกับรัฐบาลวอชิงตัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



