นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยภายหลังนำคณะสื่อมวลชนร่วมทดสอบการเดินรถเสมือนจริง (Trial Run) ขบวนรถดีเซลรางปรับอากาศ KIHA 40 และ KIHA 48 เส้นทาง ดอนเมือง-พระนครศรีอยุธยา ว่า การทดสอบครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบปัญหาใด โดยใช้ความเร็วในการให้บริการประมาณ 85 กิโลเมตร (กม.) ต่อชั่วโมง (ชม.) มีความพร้อมที่จะเปิดให้บริการทดลองในรูปแบบ Feeder เส้นทาง ดอนเมือง–พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.-31 ต.ค.2569 รวม 6 เดือน ให้บริการในวันจันทร์–วันศุกร์ แบบไป–กลับ รวม 6 ขบวนต่อวัน ค่าโดยสาร 30-50 บาท

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า รฟท. ได้กำหนดจุดหยุดรับ–ส่งผู้โดยสารรวม 8 สถานี และที่หยุดรถ 1 แห่ง ได้แก่ สถานีดอนเมือง สถานีรังสิต สถานีเชียงราก ที่หยุดรถมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถานีเชียงรากน้อย สถานีคลองพุทรา สถานีบางปะอิน สถานีบ้านโพ และสถานีพระนครศรีอยุธยา อย่างไรก็ตามการเปิดให้บริการดังกล่าวในช่วง 6 เดือนนี้ ยังเป็นการทดลองเดินรถในระยะแรก โดย รฟท. จะติดตาม และประเมินผลอย่างใกล้ชิด ซึ่งสามารถปรับแผนการเดินรถ รวมทั้งตารางเวลาเดินรถใหม่ได้ ยึดหลักความยืดหยุ่นตามความต้องการของประชาชน

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ไม่ได้เริ่มต้นทาง และปลายทางที่สถานีหัวลำโพง และสถานีชุมทางบางซื่อนั้น เนื่องจากรถไฟ KIHA 40/48 เป็นรถชานสูง ขณะที่สถานีหัวลำโพง และชุมทางบางซื่อ ยังเป็นชานชาลาต่ำ จึงไม่สามารถจอดให้บริการได้ ส่วนจะใช้บันไดขึ้นขบวนรถ ผู้โดยสารอาจจะไม่ได้รับความสะดวก โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ต้องใช้วีลแชร์ ส่วนสถานีรายทางอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา รฟท. ได้ดำเนินการทำชานชาลาสูง เพื่อรองรับการให้บริการไว้แล้ว

อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจทีมพีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่ง รฟท. น้อมรับทุกความคิดเห็น จะนำข้อเสนอแนะของผู้ใช้บริการมาพิจารณาปรับปรุงต่อไป โดย รฟท. มุ่งหวังให้ขบวนรถดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางประจำวัน และการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า ขบวนรถดีเซลรางปรับอากาศ KIHA 40 และ KIHA 48 ได้รับการปรับปรุง และพัฒนา เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกมิติ ทั้งด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้โดยสาร มีจุดเด่นด้านความคล่องตัว โดยเตรียมพัฒนาเป็นขบวนรถในรูปแบบ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และ จ.พระนครศรีอยุธยา อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และท่าอากาศยานดอนเมือง ปัจจุบัน รฟท. ได้ปรับปรุงขบวนรถแล้วเสร็จ จำนวน 6 คัน พร้อมเปิดให้บริการทดลองในรูปแบบ Feeder เส้นทาง ดอนเมือง – พระนครศรีอยุธยา เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนสู่ปลายทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ในโอกาสนี้ยังได้เดินขบวนรถสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟในเส้นทาง กรุงเทพ–อยุธยา–ชุมทางบ้านภาชี–อุโมงค์พระพุทธฉาย–ชุมทางคลองสิบเก้า–ชุมทางฉะเชิงเทรา–กรุงเทพ ด้วย เพื่อสะท้อนศักยภาพของโครงข่ายระบบรางไทยที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ อาทิ จ.พระนครศรีอยุธยา เมืองมรดกโลก ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เช่น อุโมงค์พระพุทธฉาย ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟที่มีทัศนียภาพงดงาม และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์.



