หากจะขายบ้านหลังนี้มูลค่าอาจจะไม่ถึง 30 ล้านบาท เงินจำนวนนี้ไม่ได้ทำให้ BAM รวยขึ้นหรือจนลง จะดีกว่าไหมถ้าเราเอา DNA 5 ดี คือ ดีต่อพนักงาน ดีต่อผู้ถือหุ้น ดีต่อลูกค้าและลูกหนี้ ดีต่อสังคม และดีต่อประเทศ พลิกสินทรัพย์ด้อยคุณภาพให้กลายเป็นคุณค่าที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด “Transforming Non-Performing Assets into Enduring Value””
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวถึงที่มาของโครงการ “โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์” โครงการที่มองว่า NPA เป็น “ทรัพย์ของแผ่นดิน” ที่มีศักยภาพในการต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
บ้านไม้สองชั้นเก่าแก่อายุ 88 ปี บนเนื้อที่ 135.1 ตารางวา มูลค่ากว่า 36.78 ล้านบาท ที่คนในชุมชนคุ้นเคยกันว่านี่คือ “บ้านพระพิทักษ์” กลายมาเป็นโมเดลต้นแบบของการนำ NPA มาคืนชีวิตและต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เพื่อมอบโอกาสใหม่ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ของพื้นที่


“บ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์” เป็นบ้านพักอาศัยเก่าที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมในช่วงปลายสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตกผสมผสานกับรูปแบบเรือนไทย ตัวบ้านมีลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้นยกใต้ถุนสูง โครงสร้างหลักใช้ไม้เนื้อแข็งซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการก่อสร้างบ้านพักอาศัยของขุนนางและข้าราชการในสมัยนั้น ชั้นล่างของบ้านบางส่วนเปิดโล่งใช้เป็นพื้นที่เอนกประสงค์หรือพื้นที่รับลม ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหลักของครอบครัว
รูปแบบสถาปัตยกรรมของบ้านเป็นสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก ซึ่งได้รับความนิยมในช่วงปลาย ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีลักษณะสําคัญ ได้แก่ หน้าจั่วประดับลวดลายไม้ฉลุ หน้าต่างบานสูงแบบตะวันตก ระเบียงรอบตัวบ้านเพื่อช่วยระบายอากาศ องค์ประกอบดังกล่าวสะท้อนอิทธิพลของสถาปัตยกรรมตะวันตกที่เข้ามาในประเทศไทยในช่วงการปฏิรูปประเทศสมัยรัชกาลที่ 5 รวมทั้งยังแสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของข้ารับราชการระดับกลางยุค ร.5 ถึง ร.7 ในพื้นที่ในเขตเมืองเก่ารัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ย่านตรอกตึกดิน ตรอกศิลป์ ถนนดินสอ ย่านเก่าเสาชิงช้า ต่อเนื่องไปถึงเกาะรัตนโกสินทร์
“บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ ล้อมรอบด้วยตรอกตึกดิน ศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า และย่านเมืองเก่า ถัดไปคือเกาะรัตนโกสินทร์ พื้นที่ตรงนี้ผ่านกาลเวลายาวนานถึง 6 ช่วงเวลา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ซ้อนทับมากมาย วันนี้เรามาร่วมกันเพื่อดูว่าที่ตรงนี้มีเอกลักษณ์อย่างไร มีดีอะไรถึงจะต้องมาฟื้นฟู หากเราเข้าใจและรู้ถึงสภาพแวดล้อมของพื้นที่แล้ว จะรู้ว่าที่ตรงนี้จะกลับมามีชีวิตได้อย่างไร และผู้ที่มีส่วนสำคัญในกระบวนการนี้ก็คือชุมชน เราจะเชื่อมโยงอย่างไร ซึ่งจะต้องอยู่บนแนวทางของความยั่งยืนด้วย เพื่อเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ” ขวัญสรวง อติโพธิ สถาบันอาศรมศิลป์


ด้วยความที่พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของข้าราชการและคหบดี รวมถึงช่างตีทอง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้สถาปัตยกรรมในย่านนี้มีความสง่างามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากย่านการค้าอย่างสำเพ็งหรือเยาวราช โดยมีตรอกที่ไม่ใช่แค่ทางเดิน แต่เป็นพื้นที่ทางสังคมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ย่านตึกดินเป็นตัวอย่างของโครงสร้างเมืองแบบดั้งเดิมที่รถเข้าถึงยาก แต่มีความปลอดภัยและความเป็นชุมชนสูง
ปัจจุบันยังมีบ้านของข้าราชการรุ่นเก่าตกทอดมาถึงลูกหลานให้เห็น หนึ่งในนั้นคือ บ้านพระพิทักษ์ และบ้านของหลวงไชยประชานุรักษ์ ที่เข้ามารับราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 อีกทั้งในสมัยก่อนเคยมีหน่วยงานของกรมศิลปากรอยู่จึงทำให้ผู้คนทั่วไปเรียกชื่อตรอกนี้ว่า “ตรอกศิลป์”
เมื่อครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์บริเวณ “ตรอกศิลป์และตรอกตึกดิน” มีอาณาเขตติดกัน เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงสภาพของสถาปัตยกรรมที่มีอายุมากกว่า 80 ปี ทั้งยังเป็นหนึ่งในชุมชนดั้งเดิมของกรุงรัตนโกสินทร์ในพื้นที่แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร จัดอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า บริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอกตามแผนแม่บท เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ ในแผนที่ราว พ.ศ. 2440 ยังคงเห็นอาณาบริเวณกว้างขวาง จากแนวคลองหลอดวัดราชนัดดามาจนจรดแนวใกล้คลองหลังวัดบวรรังษี จนเมื่อเริ่มสร้างถนนราชดำเนินผ่ากลางพื้นที่ จึงแบ่งชื่อสถานที่ชุมชนออกเป็นสองแห่งทั้งฝั่งเหนือและฝั่งใต้ของถนนราชดำเนิน


บริเวณนี้มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางของพระนครทางด้านศาสนา ช่วงการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับอิทธิพลและแนวคิดจากสมัยอยุธยา โดยมีความต้องการให้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางของพระนคร มี “วัดสุทัศน์เทพวราราม” เป็นศาสนสถานที่อยู่คู่กับชุมชน “โบสถ์พราหมณ์และเสาชิงช้า” ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในพิธีกรรมที่มีความสำคัญในอดีต รวมไปถึง “ศาลเจ้าพ่อเสือ” ศูนย์รวมจิตใจของชาวจีน
“บ้านพระพิทักษ์เป็นทำเลศักยภาพย่านเมืองเก่า ใกล้เสาชิงช้า และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดดเด่นรายล้อมด้วยร้านอาหารชื่อดังและจุดเช็กอินสำคัญ ซึ่งเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์จะทำให้ย่านนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในวงกว้าง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้กว่า 600 คนให้ดีขึ้น ผ่านการดึงดูดกลุ่มคนใหม่ ๆ ให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของย่านนี้อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีผู้สัญจรและนักท่องเที่ยวเข้ามาราว 3,000 คน และเม็ดเงินจับจ่ายใช้สอยเพิ่มสูงขึ้น สร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่วยกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมระดับชุมชนทั้งในเชิงสังคมและเศรษฐกิจ”
แม้พื้นที่แถบนี้จะถูกตัดขาดด้วยถนนใหญ่อย่างราชดำเนิน แต่ยังคงถูกเชื่อมโยงด้วย “ตรอก” สลับซับซ้อน ตรอกในย่านตึกดินและตรอกศิลป์ เป็นเสมือนห้องนั่งเล่นของชุมชน เป็นพื้นที่ที่รถยนต์เข้าไม่ถึง ทำให้เกิดความปลอดภัยและความเงียบสงบที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ ยุคใหม่ ขณะเดียวกันจัดเป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการเดินเท้าซึ่งส่งเสริมให้คนในชุมชนได้มีปฏิสัมพันธ์กันมากกว่าสังคมเมืองที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรร
เป็นเวลา 8 เดือนนับจากนี้การพัฒนาที่เกิดขึ้นจะเริ่มต้นด้วยการใช้พื้นที่บริเวณบ้านพระพิทักษ์จัดกิจกรรมแสดงผลงานด้านศิลปะในช่วงปลายปี 2569 พร้อมผลักดันเป็นแลนด์มาร์ก การท่องเที่ยวแห่งใหม่ เชื่อมต่อเศรษฐกิจกับย่านเมืองเก่าโดยรอบ ทั้งนี้จะต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจของบริบทพื้นที่ ประวัติศาสตร์ และผู้คน ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ผสานความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมจากสถาบันอาศรมศิลป์ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการอนุรักษ์คุณค่าของพื้นที่ และการใช้งานในปัจจุบัน รวมถึงอนาคตได้อย่างเหมาะสม


ตรอกศิลป์-ตรอกตึกดิน
“ตรอกตึกดิน” เป็นย่านเก่าแก่ที่มีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิต ชื่อที่มาจากการเป็นที่ตั้งของ “โรงเก็บดินปืน” หรือคลังสรรพาวุธในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งต้องสร้างเป็นตึกที่มีผนังหนาและแข็งแรงเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน จึงเรียกกันติดปากว่า “ตึกดิน”
อีกข้อสันนิษฐานคือ ในย่านนี้เคยมีหลุมหลบภัยที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าตึกดินเช่นกัน แต่ปัจจุบันไม่หลงเหลือให้เห็นแล้ว และก่อนที่จะมีถนนราชดำนินตัดผ่านพื้นที่นี้เคยมีอาณาเขตกว้างขวางไปจนถึงมัสยิดบ้านตึกดินที่อยู่อีกฝั่งถนน คาบเกี่ยวกับ “บ้านดินสอ” แหล่งทำและขายดินสอพอง ดินสอหิน และดินสอขาวเหลืองสำหรับเขียนสมุดไทย
นอกจากดินสอแล้ว ในอดีตย่านนี้ยังเป็นแหล่งช่างฝีมือ เช่น การทำทองคำเปลว และเป็นที่อยู่อาศัยของข้าราชการและคหบดีเก่า ทำให้บ้านเรือนในตรอกส่วนใหญ่มีความสง่างาม บ้านพระพิทักษ์ ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของย่านนี้ บ้านไม้สักเก่าแก่ทรงยุโรปประดับลายไม้ฉลุแบบที่เรียกกันว่าขนมปังขิงแห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวและลูกหลานแล้ว ครั้งหนึ่งยังเคยเป็นร้านอาหารมาก่อนด้ว
โครงข่ายตรอกซอกซอยที่เชื่อมถึงกันเป็นพื้นที่ทางสังคมที่หาได้ยากในเมืองสมัยใหม่ เพราะมีความเงียบสงบและปลอดภัย และด้วยความที่ย่านตึกดินตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างจุดสำคัญทางวัฒนธรรม ทิศเหนือคือวัดบวรนิเวศวิหาร และถนนพระสุเมรุ ทิศใต้คืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนราชดำเนินกลาง ทิศตะวันออกคือวัดเทพธิดาราม และวัดราชนัดดาราม ทั้งยังมีโบสถ์พราหมณ์ รวมไปถึงมัสยิดบ้านตึกดิน จึงถือเป็นหนึ่งในพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่หลอมรวมอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน



